6 ข้อจิตวิทยา เซลล์หลอกขายดึงหน้า กับคนอายุน้อยได้สำเร็จ | DOCTOR DAYDREAMER #BEAUTY101 ep.108
“ควรทำตัวหนักสุดไปเลย จะได้จบ ไม่ต้องเสียเงินหลายรอบ”
เป็นความเข้าใจผิดของคนไข้ที่พบได้บ่อยของคนที่คิดว่า ดึงหน้าแล้วจะจบ จริงๆแล้วดรีมจะบอกค่ะ ว่ามันไม่จบ
เพราะดึงหน้าไม่สามารถแก้ปัญหาความเสื่อมของโครงสร้างใบหน้าเราได้ทุกอย่าง จึงทำให้เกิดปัญหาที่ว่า 1 ปีผ่านไป ก็คิดอยากจะดึงหน้าซำ้กันอีกแล้ว
ดรีมจะมาอธิบายว่าเพราะเหตุใดเซลล์จึงหลอกขายดึงหน้ากับคนอายุน้อยได้สำเร็จทุกครั้ง ด้วยกลยุทธทางจิตวิทยา 6 ข้อนี้ค่ะ
6 ข้อจิตวิทยา เซลล์หลอกขายดึงหน้า กับคนอายุน้อยได้สำเร็จ
1) Desire for Cognitive Closure
มนุษย์ไม่ชอบความค้างคา สมองชอบเรื่องที่ จบชัด แน่นอน ไม่ต้องคิดต่อ
การเลือก “ตัวแรงสุด” ให้ความรู้สึกว่า ทำครั้งเดียว = จบปัญหา = สบายใจ
ขณะที่แนวคิด “ค่อย ๆ ไล่ระดับ” ทำให้รู้สึกว่า ต้องคิดหลายรอบ ต้องติดตามผล ต้องเผชิญความไม่แน่นอนว่า “จะพอไหม”
สมองจึงเลือกทางที่ดู “ปิดจบ” ทางอารมณ์เร็วกว่า
⸻
2) All-or-Nothing Thinking
คิดแบบสุดโต่ง ไม่กลาง ๆ ทำก็ต้องดีที่สุด ถ้าทำแล้วไม่สุด = เสียเวลา
เลยเกิดตรรกะว่า ถ้าจะเจ็บ จะเสียเงิน → ก็เอาให้แรงสุดไปเลย
นี่เป็น cognitive bias ที่ทำให้คนไม่ชอบทางเลือกที่ค่อย ๆ ปรับ
⸻
3) Loss Aversion
กลัวเสียมากกว่าดีใจที่ได้ คนกลัวว่า ทำเบา ๆ แล้ว “ไม่พอ” เท่ากับเสียเงินฟรี
จึงคิดว่า ถ้าทำหนักสุด อย่างน้อยก็ไม่เสียดายทีหลังว่า “รู้งี้ทำแรงกว่านี้”
ทั้งที่จริงแล้ว ความเสี่ยงของ “หนักเกินจำเป็น” สูงกว่า
แต่สมองให้น้ำหนักกับ “กลัวเสียเงินฟรี” มากกว่า “กลัวเสียสุขภาพระยะยาว”
เช่น เราไม่เคยรู้เลยว่าหากดึงหน้าก่อนวัยอันควร ผิวที่ตัดออกได้ ก็มีนิดเดียว แต่ต้องแลกมากับการสูญเสีย retaining ligament โอบอุ้มพยุงก้อนไขมันตามธรรมชาติไปอย่างถาวร
⸻
4) Availability Heuristic
โซเชียลเต็มไปด้วย
• Before/After ที่เปลี่ยนแรงมาก
• เรื่องเล่า “ทำครั้งเดียวเปลี่ยนชีวิต”
สมองจึงเชื่อว่า วิธีที่เปลี่ยนแรง = วิธีที่ดีที่สุด ในขณะที่ผลลัพธ์จากการค่อย ๆ ทำ ไม่ dramatic ไม่ไวรัล ไม่ถูกเล่า
ทำให้ภาพจำของสมองเอนเอียงไปทาง “แรง = คุ้ม”
Heuristic (ฮิวริสติก) แปลว่า “วิธีการแก้ปัญหาแบบลองผิดลองถูก”, “ทางลัดทางความคิด”, หรือ “หลักปฏิบัติ” ที่ช่วยให้เราตัดสินใจได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องคิดให้ซับซ้อนสมบูรณ์แบบ สมองใช้เพื่อลดภาระทางปัญญาและหาคำตอบอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมา
⸻
5) Fantasy of Control
อยากรู้สึกว่าคุมชีวิตได้ การเลือกทางที่แรงสุดให้ความรู้สึกว่า ฉันตัดสินใจเด็ดขาด ฉันควบคุมผลลัพธ์ได้
ในขณะที่การค่อย ๆ ไล่ระดับ ต้องรอดูผล ต้องยอมรับความไม่แน่นอน ต้องฟังร่างกายตัวเอง ซึ่งทำให้รู้สึกว่า “ควบคุมได้น้อยกว่า”
⸻
6) Misunderstanding of Biological Systems
คนมักคิดกับร่างกายเหมือนซอฟต์แวร์ อัปเกรดเวอร์ชันใหญ่ = ดีสุด
แต่ความจริงร่างกายเป็นระบบชีวภาพ มีการตอบสนองเฉพาะบุคคล มีความเสี่ยงสะสม มีผลข้างเคียงระยะยาว
สมองมนุษย์ไม่ถนัดคิดกับระบบที่ซับซ้อน
⸻
สรุปเชิงจิตวิทยา คนเชื่อว่า “ควรเริ่มจากหนักสุด” เพราะ:
• สมองอยากได้ความรู้สึกว่า “จบ”
• กลัวเสียเงินฟรีมากกว่ากลัวเสียสุขภาพ
• ชอบคิดแบบสุดโต่ง
• ถูกโซเชียลสอนว่า “เปลี่ยนแรง = สำเร็จ”
• อยากรู้สึกว่าควบคุมชีวิตได้
• เข้าใจร่างกายแบบเครื่องจักร ไม่ใช่ระบบชีวภาพ มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย มีความเสื่อมเกิดขึ้นได้อีก

___________________________________
ติดตาม Lifestyle ของหมอดรีมกับช่องทาง DOCTOR DAYDREAMER ได้ที่..
YOUTUBE : https://www.youtube.com/doctordaydreamer
FACEBOOK : https://www.facebook.com/doctordaydreamer
INSTAGRAM : https://instagram.com/doctor.daydreamer
TIKTOK : https://www.tiktok.com/@doctordaydreamer
X : https://x.com/drdaydreamerzzz
LEMON8 : https://lemon8-app.com/@doctordaydreamer
WEBSITE : http://www.doctordaydreamer.com
SPOTIFY PODCAST : https://open.spotify.com/show/5hzIs8AE8JDT4DSBjComzG
กลุ่มช่วยกันชำแหละสูตรสกินแคร์ https://www.facebook.com/groups/173089624608800
___________________________________
ติดตาม คลินิกของหมอดรีม Dr. Dream Clinic ได้ที่..

LINE : @drdreamclinic http://lin.ee/JuEPv6h
FACEBOOK (Official fanpage): https://www.facebook.com/drdreamclinic
FACEBOOK (สาขากรุงเทพมหานคร): https://www.facebook.com/drdreamclinicbkk
INSTAGRAM : https://instagram.com/dr.dream.clinic
___________________________________
ขอบคุณที่รับชมและติดตามค่ะ
