กดแชร์ด้วยนะคะ^^

ผิวที่ดี = คือ ผิวใหม่ เมื่อมี 2 สิ่งนี้ จบ!!!! | DOCTOR DAYDREAMER #STEMCELL101 ep.56 #MSC and #PGC

ทำไมผิวบางคนสวย คุณภาพผิวดี แต่บางคนกลายเป็นหลุมสิว?

เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ “คอลลาเจน”

เวลาพูดถึงการซ่อมแซมผิว หลายคนมักนึกถึงคำว่า “สร้างคอลลาเจน” เป็นอย่างแรก

แต่ในความเป็นจริง ร่างกายไม่ได้ซ่อมแผลด้วยการสร้างคอลลาเจนอย่างเดียว

เพราะก่อนจะสร้างได้ ต้องมี “คนคุมงาน” และ “ทีมก่อสร้าง” ทำงานประสานกันเสียก่อน

พระเอกของเรื่องนี้มีอยู่ 2 กลุ่ม คือ

  1. Stem Cell ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการโครงการ (Project Manager)
  2. Fibroblast Progenitor Cell ทำหน้าที่เป็นทีมช่างก่อสร้าง

ทั้งสองทำงานต่อเนื่องกัน หากขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง การซ่อมแผลก็อาจไม่สมบูรณ์

Stem Cell ไม่ใช่คนสร้างบ้าน แต่เป็นคนคุมไซต์งาน

หลายคนเข้าใจว่า Stem Cell จะเปลี่ยนตัวเองเป็นเซลล์ใหม่แล้วซ่อมแผลโดยตรง

ความจริงแล้ว…หน้าที่หลักของ Stem Cell ไม่ใช่การสร้างเซลล์ใหม่

แต่เป็นการ “สั่งการ” และ “คนคุมเกมส์”

Stem Cell ซึ่งพบได้ในไขกระดูก ไขมัน และบริเวณรอบหลอดเลือดในผิวหนัง จะหลั่งสารสื่อสารจำนวนมาก เช่น

  • TGF-β
  • VEGF
  • PDGF
  • IL-10
  • รวมถึง Exosome

สารเหล่านี้เปรียบเสมือนคำสั่งที่ส่งไปยังเซลล์อื่น ๆ ให้รู้ว่าต้องทำอะไรต่อ

เมื่อ Stem Cell เข้ามาในแผล จะช่วย

  • ลดการอักเสบ
  • ดึงเซลล์ภูมิคุ้มกันที่เหมาะสมเข้ามา
  • กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่
  • ปลุก Fibroblast ให้เริ่มทำงาน

จึงพูดได้ว่า Stem Cell ไม่ได้ลงมือสร้างเอง แต่เป็นคนจัดระบบให้ทุกอย่างเดินหน้าอย่างถูกต้อง

อีกหน้าที่สำคัญ คือ เปลี่ยนร่างกายจาก “โหมดทำลาย” เป็น “โหมดซ่อม”

ในช่วงแรกของแผล ร่างกายจะอยู่ในภาวะอักเสบ

Macrophage ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกัน จะอยู่ในรูปแบบ M1 ที่เน้นกำจัดเชื้อโรคและเซลล์เสียหาย

แต่ถ้าการอักเสบนานเกินไป แผลก็จะหายช้า

Stem Cell จึงมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยน Macrophage จาก M1 ไปเป็น M2 ซึ่งเป็นโหมดซ่อมแซม

เมื่อสิ่งแวดล้อมของแผลเปลี่ยนจาก “สนามรบ” กลายเป็น “ไซต์ก่อสร้าง” ขั้นตอนการซ่อมแซมจึงเริ่มต้นได้

แล้ว Fibroblast Progenitor Cell คือใคร?

ถ้า Stem Cell คือผู้จัดการโครงการ

Fibroblast Progenitor Cell ก็คือ “ทีมช่าง”

เซลล์กลุ่มนี้เป็นต้นกำเนิดของ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์ที่สร้างโครงสร้างใหม่ของผิวหนัง

เมื่อได้รับสัญญาณจาก Stem Cell โดยเฉพาะ TGF-β พวกมันจะเปลี่ยนเป็น

  • Fibroblast ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจน
  • Myofibroblast ทำหน้าที่ดึงขอบแผลให้เข้าหากัน

คอลลาเจนไม่ใช่ทุกอย่าง แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างใหม่

Fibroblast ไม่ได้สร้างแค่คอลลาเจน

แต่ยังสร้าง Extracellular Matrix (ECM) ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของผิว ประกอบด้วย

  • Collagen Type I และ III
  • Fibronectin
  • Proteoglycan

ลองนึกภาพว่า คอลลาเจน คือ เสา

ส่วน ECM คือ ทั้งโครงบ้าน พื้น ผนัง และวัสดุต่าง ๆ ที่ทำให้ผิวกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง

สร้างอย่างเดียวไม่พอ ต้องรื้อของเก่าเป็นด้วย

การซ่อมแผลที่ดี ไม่ใช่การเติมทุกอย่างเข้าไปเรื่อย ๆ

Fibroblast ยังต้องควบคุมสมดุลระหว่าง

  • MMPs ซึ่งทำหน้าที่ย่อยเนื้อเยื่อเก่าหรือเสียหาย
  • TIMPs ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมไม่ให้ MMPs ย่อยมากเกินไป

หากทั้งสองสมดุลกัน ผิวจะเรียบเนียน

แต่ถ้า MMPs มากเกินไป เนื้อเยื่อใหม่จะถูกย่อยจนไม่เหลือ ส่งผลให้เกิดหลุมสิวหรือแผลบุ๋มได้

ในทางกลับกัน หากสร้างมากเกินไป ก็อาจเกิดแผลเป็นนูนหรือพังผืด

ทำไมบางคนรักษาเหมือนกัน แต่ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน?

อีกเรื่องที่วงการวิทยาศาสตร์ค้นพบคือ Fibroblast ไม่ได้มีชนิดเดียว

Fibroblast ในแต่ละชั้นของผิวหนังมีคุณสมบัติแตกต่างกัน และตอบสนองต่อสัญญาณไม่เหมือนกัน

ขณะเดียวกัน Stem Cell ของแต่ละคนก็ปล่อยสารสื่อสารและ Exosome ได้แตกต่างกันด้วย

จึงไม่น่าแปลกใจที่คนสองคนรักษาด้วยวิธีเดียวกัน แต่ผลลัพธ์อาจต่างกันมาก

แล้ว”ผิวที่ไม่ดี”เกิดขึ้นตอนไหน?

“ผิวที่ไม่ดี” ไม่ได้เกิดเพราะ “คอลลาเจนหาย”

แต่เกิดจากการซ่อมแซมที่ผิดพลาดตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างเช่น

  • Stem Cell ส่งสัญญาณได้ไม่ดี ทำให้การอักเสบยืดเยื้อ
  • Fibroblast Progenitor ถูกกระตุ้นไม่เพียงพอ จึงสร้างคอลลาเจนและ ECM ได้น้อย
  • MMPs มีมากกว่า TIMPs ทำให้เนื้อเยื่อใหม่ถูกย่อยมากเกินไป

ผลลัพธ์คือ แผลไม่สามารถสร้างโครงสร้างกลับมาได้เต็มที่ จึงทำให้ผิวใหม่ออกมาไม่สวย skin quality แย่นั่นเอง

สรุป

เพราะหัตถการทางการแพทย์ คือ การสร้างแผลใหม่ที่สวยให้ผิวได้เกิดการสร้างตัวใหม่ จัดเรียงตัวใหม่

ลองจินตนาการว่าการซ่อมแผล คือ การสร้างบ้านหลังใหม่

Stem Cell คือ Project Manager

คอยวางแผน ควบคุมงาน สั่งวัสดุ และประสานทีมทั้งหมด

ส่วน Fibroblast Progenitor Cell คือทีมช่างก่อสร้าง

คอยสร้างโครงบ้าน วางเสา เทพื้น และประกอบทุกอย่างให้เป็นรูปร่าง

หากผู้จัดการเก่ง ทีมช่างก็ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ บ้านก็แข็งแรงและสวยงาม

แต่ถ้าผู้จัดการควบคุมไซต์งานไม่ได้ การอักเสบยังคงอยู่ คำสั่งสับสน วัสดุมาไม่ครบ

สุดท้าย…ต่อให้มีช่างเก่งแค่ไหน บ้านก็อาจสร้างออกมาไม่สมบูรณ์

เช่นเดียวกับผิวหนังของเรา

เพราะการซ่อมผิวไม่ใช่แค่ “มีเซลล์พอ”

แต่ต้องมี “สัญญาณที่ถูกต้อง ในเวลาที่ถูกต้อง” ด้วย

Stem Cell คือ “คนคุมเกม

ส่วน Fibroblast คือ “คนลงมือสร้าง

____________________________

ติดตาม Lifestyle ของหมอดรีมกับช่องทาง DOCTOR DAYDREAMER ได้ที่..

YOUTUBE : https://www.youtube.com/doctordaydreamer

FACEBOOK : https://www.facebook.com/doctordaydreamer

INSTAGRAM : https://instagram.com/doctor.daydreamer

TIKTOK : https://www.tiktok.com/@doctordaydreamer

X : https://x.com/drdaydreamerzzz

LEMON8 : https://lemon8-app.com/@doctordaydreamer

WEBSITE : http://www.doctordaydreamer.com

SPOTIFY PODCAST : https://open.spotify.com/show/5hzIs8AE8JDT4DSBjComzG

กลุ่มช่วยกันชำแหละสูตรสกินแคร์ https://www.facebook.com/groups/173089624608800

___________________________________

ติดตาม คลินิกของหมอดรีม Dr. Dream Clinic ได้ที่..

LINE : @drdreamclinic http://lin.ee/JuEPv6h

FACEBOOK (Official fanpage): https://www.facebook.com/drdreamclinic

FACEBOOK (สาขากรุงเทพมหานคร): https://www.facebook.com/drdreamclinicbkk

INSTAGRAM : https://instagram.com/dr.dream.clinic

ขอบคุณค่ะ

Explore More

🐟 #PDRN #PN อาจไม่จำเป็น❌ในการกระตุ้นคอลลาเจน⁉️| #STEMCELL101 ep.54 🩷 #หมอดรีม

กดแชร์ด้วยนะคะ^^🐟 #PDRN #PN อาจไม่จำเป็น❌ในการกระตุ้นคอ […]

💉ฉีด #สเต็มเซลล์ จากเลือด🩸ที่ #เกาหลี 🇰🇷ได้เซลล์จริงๆหรือจกตา⁉️ |   #STEMCELL101 ep.52 #หมอดรีม 

กดแชร์ด้วยนะคะ^^💉ฉีด #สเต็มเซลล์ จากเลือด🩸ที่ #เกาหลี 🇰 […]