กดแชร์ด้วยนะคะ^^

อย่าให้หมอ 💵ขายฟิลเลอร์คุณ💉เพื่อ⬆️“ยกหน้า”⁉️⛺️| DOCTOR DAYDREAMER #BEAUTY101 ep.156

Link สมัครสมาชิก YT : https://www.youtube.com/channel/UCyGCimoMFCxLNhksuOMVNKw/join

อย่าให้หมอขายฟิลเลอร์คุณเพื่อ “ยกหน้า” เยอะไป

เพราะบางครั้งสิ่งที่ใบหน้าต้องการ

ไม่ใช่ “ปริมาตรเพิ่ม”

แต่คือ “แรงพยุงที่ถูกทิศทาง”

ทำไมบางคนเติมฟิลเลอร์ไปเรื่อย ๆ แต่หน้ากลับไม่ได้ดู “ยก” ขึ้นเท่าที่คิด?

ยิ่งเติม หน้ายิ่งเต็ม

ยิ่งเติม หน้ายิ่งอิ่ม …ยิ่งอิ่ม ยิ่งล้น

แต่ความหย่อนคล้อย “ที่ต้องการแก้” กลับยังอยู่

ในทางกลับกัน บางคนมีปัญหาหย่อนคล้อย แต่กลับพยายามแก้ด้วยการร้อยไหมเพียงอย่างเดียว

ทั้งที่ใบหน้าสูญเสียโครงสร้างและ volume (ปริมาตรของเนื้อเยื่อ) ไปมากแล้ว

ปัญหาคือเราอาจกำลังใช้ “เครื่องมือผิดหน้าที่”

ลองเปลี่ยนวิธีคิดง่าย ๆ ด้วยการนึกถึง เต็นท์ ค่ะ

การยกหน้า เหมือนการกางเต็นท์

ฟิลเลอร์คือ “เสา”

ไหมคือ “สายเคเบิล”

ลองจินตนาการว่าเรากำลังกางเต็นท์

เสาเต็นท์ ทำหน้าที่สร้างความสูงและค้ำโครงสร้าง

ส่วน สายเคเบิลและสมอบก ทำหน้าที่ดึงและตรึงผ้าเต็นท์ให้อยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ

สองอย่างนี้ทำงานร่วมกัน แต่ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนกัน

ถ้าไม่มีเสา ต่อให้ดึงสายเคเบิลแรงแค่ไหน เต็นท์ก็ไม่มีโครงสร้างที่จะยืนขึ้นมา

แต่ถ้ามีแต่เสา แล้วไม่มีสายช่วยดึงและตรึง เต็นท์ก็อาจตั้งอยู่ได้ แต่ไม่สามารถควบคุมรูปทรงและทิศทางของแรงได้ดี

การยกกระชับใบหน้าก็มีหลักคิดที่คล้ายกันค่ะ

ฟิลเลอร์ สามารถช่วยเติม volume ที่สูญเสียไป และสร้างจุดรองรับบางตำแหน่ง

ส่วน ไหมยกกระชับ ทำหน้าที่สร้างแรงดึงและช่วย repositioning (จัดตำแหน่งเนื้อเยื่อที่เคลื่อนตัวลงมา)

ดังนั้น… ฟิลเลอร์กับไหมไม่ได้เป็นคู่แข่งกัน

แต่เป็นเครื่องมือคนละประเภทที่จัดการ “ปัญหาคนละแบบ” นั่นเอง

แล้วทำไมการเติมฟิลเลอร์ถึงทำให้ “ยก” ได้?

ฟิลเลอร์ไม่ได้มีหน้าที่เพียง “เติมให้เต็ม”

เมื่อวางในตำแหน่งและชั้นเนื้อเยื่อที่เหมาะสม

ฟิลเลอร์สามารถช่วยสร้าง structural support (จุดรองรับเชิงโครงสร้าง) ให้กับเนื้อเยื่อที่อยู่ด้านบน

ลองนึกถึงหมอนที่ยุบลง ถ้าเราวางสิ่งที่แข็งแรงไว้ใต้หมอนในตำแหน่งที่เหมาะสม

หมอนก็สามารถกลับมามีความสูงและรูปร่างที่ดีขึ้นได้

แต่ไม่ได้หมายความว่า…

ยิ่งใส่สิ่งที่แข็งเข้าไปมากเท่าไร หมอนจะยิ่งยกขึ้นมากเท่านั้น

เพราะเมื่อเติมมากเกินไป เราอาจไม่ได้กำลัง “สร้างโครงสร้าง” อีกต่อไป แต่กำลังเพิ่ม volume เข้าไปในใบหน้า

นี่คือจุดที่การทำ Liquid Lift

(การใช้สารฉีดเพื่อช่วยคืนโครงสร้างและทำให้ใบหน้าดูยกขึ้น)

ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องแรงและตำแหน่ง มากกว่าการคิดเพียงว่า “เติมตรงไหนแล้วหน้าจะเต็ม”

ในทาง Biomechanics ใบหน้ามีทั้ง “แรงอัด” และ “แรงดึง”

คำว่า Biomechanics (ชีวกลศาสตร์)

หมายถึง การศึกษาว่าแรงและการเคลื่อนไหวทำงานอย่างไรในร่างกาย

ถ้าเอาหลักนี้มาอธิบายการยกใบหน้า เราจะเห็นภาพชัดขึ้นว่า…

ฟิลเลอร์ → ช่วยสร้าง “support”

(จุดรองรับหรือโครงสร้างค้ำ)

ไหม → ช่วยสร้าง “tension”

(แรงดึงหรือแรงตึง)

สองอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

ในวิศวกรรมโครงสร้าง เราไม่ได้สร้างสะพานโดยคิดว่าทุกชิ้นส่วนต้องทำหน้าที่เหมือนกัน

บางชิ้นทำหน้าที่รับแรงอัด

บางชิ้นรับแรงดึง

บางชิ้นช่วยกระจายแรง

และบางชิ้นทำหน้าที่เชื่อมต่อโครงสร้างเข้าด้วยกัน

ใบหน้าก็มีความซับซ้อนในลักษณะเดียวกันค่ะ

ฟิลเลอร์ = การ “สร้างฐานรองรับ”

ในบางตำแหน่ง ฟิลเลอร์สามารถทำหน้าที่คล้าย structural support (การสร้างจุดรองรับ)

ตัวอย่างเช่นบริเวณที่มีการสูญเสีย volume หรือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างตามวัย

เมื่อมี volume หายไป โครงสร้างที่อยู่เหนือบริเวณนั้นก็อาจสูญเสียการรองรับบางส่วน

การเติมอย่างเหมาะสมจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงทำให้ “อิ่ม”

แต่สามารถช่วยคืน shape และ support (รูปร่างและจุดรองรับ) ให้กับบริเวณนั้น

(ปล. แต่คำว่า “support” ก็ไม่ได้หมายความว่าฟิลเลอร์จะทำหน้าที่เหมือนกระดูกหรือเสาค้ำแข็ง ๆ แบบตรงตัวนะคะ เป็นการอุปมาอุปไมเฉยๆ)

แล้วไหมทำอะไร?

ไหมอยู่คนละฝั่งของสมการ

ไหมสามารถสร้าง tension (แรงดึง) และช่วย repositioning (จัดตำแหน่งเนื้อเยื่อที่เคลื่อนลงมา)

มันจึงคล้ายกับ สายเคเบิลของเต็นท์

สายไม่ได้สร้างเสาใหม่

แต่ช่วยดึงโครงสร้างที่มีอยู่ให้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมไหมจึงมีประโยชน์ในสถานการณ์ที่ปัญหาหลักคือ

“เนื้อเยื่อมีอยู่ แต่ตำแหน่งมันเปลี่ยนไป”

ในขณะที่ฟิลเลอร์อาจมีบทบาทมากกว่าเมื่อปัญหาคือ

“โครงสร้างหรือ volume บางส่วนหายไป”

และในคนไข้จริง ๆ ปัญหาสองอย่างนี้มักเกิดขึ้นพร้อมกัน

ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเราใช้ “เสา” แทน “สายเคเบิล”

ลองกลับไปที่เต็นท์อีกครั้ง

ถ้าเต็นท์เริ่มเอียงหรือผ้าหย่อน วิธีแก้ไม่ใช่การเอาเสาใหม่ไปเพิ่มทุกจุด

เพราะในที่สุด… เสาจะเยอะขึ้น โครงสร้างจะหนาขึ้น

แต่ปัญหาเรื่องแรงดึงอาจยังไม่ได้รับการแก้ไข

ในใบหน้าก็เช่นกัน หากทุกครั้งที่เห็นความหย่อนคล้อย เราตอบสนองด้วยการเพิ่ม volume อย่างเดียว

ก็อาจเกิดวงจรแบบนี้ได้:

หย่อนคล้อย เติมฟิลเลอร์ ดีขึ้นช่วงหนึ่ง

เวลาผ่านไป เนื้อเยื่อเปลี่ยนอีก เติมเพิ่ม ยังรู้สึกหย่อน

เติมเพิ่มอีก

สุดท้ายใบหน้าอาจมี volume มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ปัญหาเรื่องตำแหน่งของเนื้อเยื่อไม่ได้ถูกแก้ตรงจุด

นี่คือหนึ่งในแนวคิดที่ช่วยอธิบายสิ่งที่เรียกว่า overfilled appearance / overfilled syndrome

(ลักษณะใบหน้าที่ดูเติมมากเกินไปจนสูญเสียสัดส่วนและความเป็นธรรมชาติ)

และที่สำคัญ…

มันไม่ได้เกิดขึ้นในวันเดียว

มักเป็นผลสะสมจากการพยายามแก้ปัญหาซ้ำ ๆ ด้วยเครื่องมือเดิม

ทั้งที่กลไกของปัญหาเปลี่ยนไปแล้ว

แต่ในทางกลับกัน… ไหมก็ไม่ใช่เวทมนตร์

อีกด้านหนึ่งก็ต้องระวังไม่ให้เราไปสุดโต่งอีกทาง

ถ้าใบหน้ามี volume loss (การสูญเสียปริมาตร) อย่างชัดเจน

แล้วเราพยายามใช้ไหมเพียงไม่กี่เส้นเพื่อ “ยกทุกอย่าง”

ก็คล้ายกับการพยายามดึงผ้าเต็นท์ให้สูงขึ้นโดยไม่มีเสาหรือโครงสร้างรองรับเพียงพอ

แรงดึงอาจทำให้ตำแหน่งของเนื้อเยื่อเปลี่ยนไปได้ในระดับหนึ่ง

แต่ไหมไม่สามารถสร้าง volume ที่หายไปกลับคืนมาได้

และไม่ได้สามารถแทนที่โครงสร้างทุกชนิดที่สูญเสียไป

ดังนั้น…ไหมไม่ใช่ฟิลเลอร์

และ ฟิลเลอร์ก็ไม่ใช่ไหม

แล้วควรเติมหรือควรร้อยไหม?

จริง ๆ แล้วคำถามนี้อาจตั้งผิดตั้งแต่ต้น

แทนที่จะถามว่า “ฟิลเลอร์หรือไหม อะไรดีกว่ากัน?”

คำถามที่มีประโยชน์กว่า คือ

“ปัญหาหลักของใบหน้าคนนี้คือ volume loss หรือ tissue descent?”

“สิ่งที่หายไปคือเนื้อ หรือสิ่งที่เปลี่ยนไปคือตำแหน่ง?”

ถ้าเป็นเรื่อง volume loss (ปริมาตรหาย) การเติมอาจมีบทบาท

ถ้าเป็นเรื่อง tissue descent (เนื้อเยื่อเคลื่อนตัวลง) การจัดการแรงและตำแหน่งอาจมีบทบาทมากกว่า

และถ้ามีทั้งสองอย่าง…ก็อาจต้องจัดการทั้งสองระบบ

ไม่มีอะไร “แทนกันได้ทั้งหมด”

ในการยกกระชับใบหน้า ไม่มีเครื่องมือวิเศษที่สามารถทำทุกอย่างได้

ฟิลเลอร์มีข้อดีของฟิลเลอร์

ไหมมีข้อดีของไหม

เครื่องมือผ่าตัดก็มีบทบาทของมัน

และการรักษาบางชนิดก็เหมาะกับปัญหาคนละแบบ

ดังนั้น การรักษาที่ดีจึงไม่ควรเริ่มต้นจากคำถามว่า

“วันนี้จะขายฟิลเลอร์กี่ cc?” หรือ “จะใส่ไหมกี่เส้น?”

แต่ควรเริ่มจากการวิเคราะห์ว่า

อะไรหายไป?

อะไรเคลื่อนลงมา?

อะไรหย่อน?

อะไรต้องการ support?

และแรงที่กำลังเกิดขึ้นในใบหน้าไปในทิศทางไหน?

เพราะถ้าเราวินิจฉัยปัญหาผิด…

ต่อให้ใช้วัสดุที่ดีแค่ไหน ก็อาจกลายเป็นการใช้เครื่องมือหนึ่ง

พยายามทำหน้าที่ของอีกเครื่องมือหนึ่ง

ใบหน้าที่ดู “ยก” ไม่จำเป็นต้องเป็นใบหน้าที่ “เติมเยอะ”

บางครั้งสิ่งที่ทำให้ใบหน้าดูดีขึ้น ไม่ใช่การเพิ่มอะไรเข้าไปจำนวนมาก

แต่อาจเป็นการ คืนสิ่งที่หายไปในตำแหน่งที่เหมาะสม + จัดการสิ่งที่เคลื่อนลงมาในทิศทางที่เหมาะสม

นี่คือแนวคิดของ force management (การจัดการแรง)

ไม่ใช่แค่ เติม → เติม → เติม หรือ ดึง → ดึง → ดึง

แต่เป็นการถามว่า…

เรากำลังพยายามแก้ “โครงสร้าง” หรือกำลังแก้ “ตำแหน่ง”?

เพราะสองอย่างนี้ไม่เหมือนกันนะคะ

และถ้าเราเข้าใจความแตกต่างนี้ได้ดีขึ้น เราจะเริ่มมองการทำ Liquid Lift ต่างออกไป

ไม่ใช่ในฐานะการ “เติมฟิลเลอร์เพื่อยกหน้า”

แต่เป็นการพยายาม จัดสมดุลระหว่าง support, volume และ tension ของใบหน้า

สุดท้ายแล้ว…

ใบหน้าที่เป็นธรรมชาติไม่ได้เกิดจากการเติมให้มากที่สุด

และไม่ได้เกิดจากการดึงให้มากที่สุด

แต่มาจากการใช้เครื่องมือให้ตรงกับปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น

เพราะในโครงสร้างที่ซับซ้อนอย่างใบหน้า—

เสาไม่ใช่สายเคเบิล

สายเคเบิลไม่ใช่เสา

และไม่มีสิ่งใดสามารถทำหน้าที่แทนอีกสิ่งหนึ่งได้ทั้งหมด

ติดตาม Lifestyle ของหมอดรีมกับช่องทาง DOCTOR DAYDREAMER ได้ที่..

YOUTUBE : https://www.youtube.com/doctordaydreamer

FACEBOOK : https://www.facebook.com/doctordaydreamer

INSTAGRAM : https://instagram.com/doctor.daydreamer

TIKTOK : https://www.tiktok.com/@doctordaydreamer

X : https://x.com/drdaydreamerzzz

LEMON8 : https://lemon8-app.com/@doctordaydreamer

WEBSITE : http://www.doctordaydreamer.com

SPOTIFY PODCAST : https://open.spotify.com/show/5hzIs8AE8JDT4DSBjComzG

กลุ่มช่วยกันชำแหละสูตรสกินแคร์ https://www.facebook.com/groups/173089624608800

___________________________________

ติดตาม คลินิกของหมอดรีม Dr. Dream Clinic ได้ที่..

LINE : @drdreamclinic http://lin.ee/JuEPv6h

FACEBOOK (Official fanpage): https://www.facebook.com/drdreamclinic

FACEBOOK (สาขากรุงเทพมหานคร): https://www.facebook.com/drdreamclinicbkk

INSTAGRAM : https://instagram.com/dr.dream.clinic

ขอบคุณค่ะ

Explore More

🏋🏻‍♀️บริหารหน้าตามหมอญี่ปุ่น🇯🇵หน้าจะเด็กหรือเหี่ยวกันแน่⁉️ | #BEAUTY101 ep.111

กดแชร์ด้วยนะคะ^^🏋🏻‍♀️บริหารหน้าตามหมอญี่ปุ่น🇯🇵หน้าจะเด็ […]

ทำ #HIFU ไปก็เสียเวลา กรอบหน้าแบบไหน? | DOCTOR DAYDREAMER #BEAUTY101 ep.114

กดแชร์ด้วยนะคะ^^ทำ #HIFU ไปก็เสียเวลา กรอบหน้าแบบไหน? | […]

“หมอดึงหน้าเตือนห้ามร้อยไหม” หมอเค้าเหนื่อยจริงมั๊ย? | #BEAUTY101 ep.134 #หมอดรีม

กดแชร์ด้วยนะคะ^^“หมอดึงหน้าเตือนห้ามร้อยไหม” หมอเค้าเหน […]