กดแชร์ด้วยนะคะ^^

💉ฟิลเลอร์บวมๆยุบๆ⁉️ทั้งๆที่สลายหมดแล้วเกิน 2 ปี |DOCTOR DAYDREAMER  #SKINCARE101 ep.76 crosslinked HA stacking #หมอดรีม

Link สมัครสมาชิก YT : https://www.youtube.com/channel/UCyGCimoMFCxLNhksuOMVNKw/join

ฟิลเลอร์ไม่สลายจริงหรือ? ทำไมฉีดมาหลายปีแล้ว หน้ายังบวม มีก้อน หรือดูเต็มขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อฟิลเลอร์ที่คิดว่าหมดอายุไปแล้ว อาจยังไม่ได้หายไปไหน และอาการบวม ๆ ยุบ ๆ อาจมีอะไรมากกว่าแค่ฟิลเลอร์ตกค้าง

  • ฉีดฟิลเลอร์มา 2–3 ปีแล้ว ทำไมตรวจยังเจอฟิลเลอร์อยู่?
  • ไม่ได้เติมฟิลเลอร์มานาน แต่ทำไมหน้ากลับดูอิ่มขึ้น บวมขึ้น?
  • อยู่ดี ๆ ก็มีก้อนตรงแก้ม ทั้งที่ฉีดมาตั้งหลายปีแล้ว?
  • บางวันหน้าบวม บางวันยุบ หรือจริง ๆ แล้วมีเชื้อโรคซ่อนอยู่ในฟิลเลอร์?

เพราะความเข้าใจที่ว่า ฟิลเลอร์อยู่ได้ 6–18 เดือน = หลังจากนั้นฟิลเลอร์จะสลายหายไปทั้งหมด อาจไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในร่างกายค่ะ

และนี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ชื่อว่า Filler Persistence, Stacking, Delayed Inflammatory Reaction และ Biofilm

⸻

ฟิลเลอร์ไม่ได้มีวันหมดอายุเหมือนนมกล่อง!

ฟิลเลอร์ที่ดรีมกำลังพูดถึง คือ Hyaluronic Acid หรือ HA (สารไฮยาลูโรนิก แอซิด ซึ่งเป็นสารอุ้มน้ำที่พบได้ตามธรรมชาติในร่างกาย) เป็นฟิลเลอร์ชั่วคราว Temporary filler (ส่วนฟิลเลอร์ชนิดอื่นๆก็ติดตามได้จากบทความอื่นค่ะ)

HA ตามธรรมชาติจะถูกสร้างและย่อยสลายหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลา ร่างกายมีทั้งเอนไซม์และกระบวนการทางเคมีที่ช่วยย่อยสารชนิดนี้อยู่แล้ว

แต่ถ้าเอา HA ธรรมดามาฉีด (Non-crosslinked HA) เพื่อเติมเต็มใบหน้า มันอาจอยู่ได้ไม่นานพอที่จะให้ผลลัพธ์ตามต้องการ

ผู้ผลิตจึงนำ HA มาผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Cross-linking (การสร้างพันธะเชื่อมโยงระหว่างสายโมเลกุล HA ให้กลายเป็นโครงข่ายที่แข็งแรงขึ้น)

HA ธรรมดา (Non-crosslinked HA) เหมือนเส้นสปาเกตตีที่วางเรียงกัน ร่างกายสามารถเข้าถึงและย่อยสลายได้ค่อนข้างง่าย

Cross-linked HA เหมือนเส้นสปาเกตตีที่ถูกนำมาผูกเชื่อมกันเป็นตาข่าย ทำให้โครงสร้างทนต่อการย่อยสลายมากขึ้น

สารที่นิยมใช้สร้างพันธะนี้คือ BDDE (สารเชื่อมขวางโมเลกุลที่ใช้ในกระบวนการผลิต HA Filler หลายชนิด)

ผลลัพธ์คือฟิลเลอร์มีความคงตัวและสามารถอยู่ในเนื้อเยื่อได้นานขึ้น

แต่ประเด็นสำคัญอยู่ตรงนี้…

เมื่อฟิลเลอร์เริ่มสลายตัว มันไม่ได้หายวับไปในวันเดียวเหมือนกดปุ่ม Delete!

กระบวนการ Degradation (การย่อยสลายโครงสร้างของวัสดุ) จะค่อย ๆ เกิดขึ้น เช่น

เจล HA ขนาดใหญ่ → โครงข่ายเริ่มแตกตัว → โมเลกุล HA มีขนาดเล็กลง → ถูกย่อยสลายและกำจัดออกไปอย่างต่อเนื่อง

โดยมีกลไกที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • Hyaluronidase (เอนไซม์ที่ช่วยย่อย HA)
  • Oxidative Degradation (การสลายตัวจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสารที่มีความไวต่อปฏิกิริยาทางเคมี เช่น อนุมูลอิสระ)

ดังนั้น ระยะเวลาที่ผู้ผลิตระบุว่าฟิลเลอร์อยู่ได้ 12 หรือ 18 เดือน จึงไม่ควรถูกตีความว่า เมื่อครบกำหนดแล้วจะไม่มี HA หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่นิดเดียว

_______________________

แล้วมีหลักฐานว่าฟิลเลอร์อยู่ได้นานกว่านั้นจริงหรือ?

มีงานศึกษาที่ใช้ MRI (เครื่องตรวจสร้างภาพด้วยสนามแม่เหล็ก ซึ่งช่วยมองเห็นโครงสร้างภายในเนื้อเยื่อ) ตรวจผู้ที่เคยฉีด HA Filler บริเวณ Mid-face (ใบหน้าส่วนกลาง เช่น บริเวณแก้ม)

ผลการศึกษาพบว่าสามารถตรวจพบฟิลเลอร์ได้อย่างน้อย 2 ปีในผู้เข้าร่วมการศึกษาทุกราย และมีรายหนึ่งที่ตรวจพบฟิลเลอร์แม้ผ่านไปถึง 15 ปี

Master M, Azizeddin A, Master V. Hyaluronic Acid Filler Longevity in the Mid-face: A Review of 33 Magnetic Resonance Imaging Studies. Plast Reconstr Surg Glob Open. 2024 Jul 15;12(7):e5934. doi: 10.1097/GOX.0000000000005934. PMID: 39015357; PMCID: PMC11250456.

อย่างไรก็ตาม งานศึกษานี้มีจำนวนผู้เข้าร่วมจำกัด จึงไม่ได้หมายความว่าฟิลเลอร์ทุกยี่ห้อหรือทุกคนจะอยู่ได้นานถึง 15 ปี

แต่สิ่งที่มันกำลังบอกเราคือ

ระยะเวลาที่ผลลัพธ์ทางความงามคงอยู่ (Clinical Longevity) กับระยะเวลาที่วัสดุยังหลงเหลืออยู่ในเนื้อเยื่อ (Material Persistence) ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน

⸻

ฟิลเลอร์อายุ 3 ปี อาจไม่ใช่ฟิลเลอร์แบบเดียวกับวันที่เพิ่งฉีด

ฟิลเลอร์ที่เพิ่งฉีดใหม่ ๆ มีโครงสร้างเป็นเจล HA ที่ผ่านการเชื่อมขวาง แต่เมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างนี้อาจค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงจากการย่อยสลายบางส่วน สิ่งที่เหลืออยู่จึงอาจไม่ใช่เจลที่มีคุณสมบัติเหมือนวันแรกทุกประการ

มีประเด็นทางชีววิทยาที่นักวิจัยให้ความสนใจ นั่นคือ Low-Molecular-Weight HA หรือ LMW-HA (ชิ้นส่วน HA ที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำ หรือพูดง่าย ๆ คือ HA ที่มีสายโมเลกุลสั้นลง)

เพราะ HA ที่มีขนาดโมเลกุลต่างกัน อาจมี Biological Activity (ความสามารถในการส่งผลหรือกระตุ้นกระบวนการต่าง ๆ ของเซลล์) แตกต่างกันด้วย

งานวิจัยเชิงกลไกบางส่วนเสนอว่า HA fragments (ชิ้นส่วน HA ที่เกิดจากการแตกตัว) บางขนาดและในบางสภาวะ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Inflammatory Signaling (กระบวนการส่งสัญญาณกระตุ้นการอักเสบ)

แต่ต้องระวังการตีความตรงนี้ด้วย

เราไม่สามารถสรุปได้ว่า HA ที่แตกตัวทุกชนิดจะกระตุ้นการอักเสบ หรือฟิลเลอร์เก่าทุกก้อนจะกลายเป็นอันตราย

สิ่งที่ควรเข้าใจคือ ฟิลเลอร์ที่ตกค้างอยู่ในร่างกายอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านโครงสร้างและปฏิสัมพันธ์กับเนื้อเยื่อรอบข้างตามกาลเวลา

มันจึงไม่ได้จำเป็นต้องเป็นวัสดุที่อยู่นิ่ง ๆ โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

(ใครสนใจสามาถอ่านเพิ่มเติมได้ค่ะ)

Termeer C, Benedix F, Sleeman J, Fieber C, Voith U, Ahrens T, Miyake K, Freudenberg M, Galanos C, Simon JC. Oligosaccharides of Hyaluronan activate dendritic cells via toll-like receptor 4. J Exp Med. 2002 Jan 7;195(1):99-111. doi: 10.1084/jem.20001858. PMID: 11781369; PMCID: PMC2196009.

Scheibner KA, Lutz MA, Boodoo S, Fenton MJ, Powell JD, Horton MR. Hyaluronan fragments act as an endogenous danger signal by engaging TLR2. J Immunol. 2006 Jul 15;177(2):1272-81. doi: 10.4049/jimmunol.177.2.1272. PMID: 16818787.

Sokolowska M, Chen LY, Eberlein M, Martinez-Anton A, Liu Y, Alsaaty S, Qi HY, Logun C, Horton M, Shelhamer JH. Low molecular weight hyaluronan activates cytosolic phospholipase A2α and eicosanoid production in monocytes and macrophages. J Biol Chem. 2014 Feb 14;289(7):4470-88. doi: 10.1074/jbc.M113.515106. Epub 2013 Dec 23. PMID: 24366870; PMCID: PMC3924308.

⸻

Bioaccumulation กับ Stacking: ทำไมยิ่งฉีด หน้ายิ่งเต็ม?

ลองจินตนาการว่าเราฉีดฟิลเลอร์แก้มปีละ 1 cc

ปีแรกฉีดไป 1 cc ผ่านไปหนึ่งปี รู้สึกว่าแก้มเริ่มยุบลงแล้ว จึงกลับไปเติมอีก 1 cc

แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าฟิลเลอร์เก่ายังไม่ได้สลายไปทั้งหมด?

สมมติว่าเหลือเจลเดิมอยู่บางส่วน แล้วเราฉีดของใหม่เข้าไปเพิ่ม

ปีต่อมาก็ทำแบบเดิมอีก…

สุดท้ายภายในเนื้อเยื่ออาจมีฟิลเลอร์จากการฉีดหลายครั้งอยู่ร่วมกัน

ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า Filler Stacking (การสะสมซ้อนกันของฟิลเลอร์จากการฉีดหลายครั้ง โดยของเก่ายังไม่หมดก่อนเติมของใหม่) เช่น

ช่วงเวลาสิ่งที่อาจเกิดขึ้น
ปีที่ 0ฉีดฟิลเลอร์ครั้งแรก
ปีที่ 1ฟิลเลอร์เก่ายังเหลือบางส่วน + เติมใหม่
ปีที่ 2ฟิลเลอร์จากสองรอบก่อนยังเหลือ + เติมใหม่
ปีที่ 3อาจมีฟิลเลอร์จากหลายรอบอยู่ร่วมกัน

คำว่า Bioaccumulation (การสะสมของสารในสิ่งมีชีวิต เมื่อการรับสารเข้าสู่ร่างกายมากกว่าความสามารถในการกำจัดออก)

แต่ฟิลเลอร์เป็นวัสดุที่ถูกฉีดเข้าไปโดยตรง และร่างกายจะค่อย ๆ ย่อยสลายมัน

คำที่เหมาะสมกว่าต้องเป็น Persistent Residual HA (HA ที่ยังตกค้างอยู่เป็นเวลานาน) ร่วมกับ Repeated Implantation (การนำวัสดุเข้าไปเติมซ้ำหลายครั้ง)

⸻

แล้วนี่เกี่ยวข้องกับ Overfilled Face อย่างไร?

“ไม่ได้เติมฟิลเลอร์เยอะในแต่ละครั้ง แต่ทำไมผ่านไปหลายปี หน้ากลับดูเต็มขึ้นเรื่อย ๆ?”

คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่ฟิลเลอร์เข็มล่าสุดเพียงอย่างเดียว

เพราะปริมาตรที่เราเห็นบนใบหน้าอาจเป็นผลรวมจากหลายปัจจัย ได้แก่

  • Residual HA — ฟิลเลอร์เก่าที่ยังเหลืออยู่
  • New Filler — ฟิลเลอร์ที่เพิ่งเติมเข้าไป
  • Tissue Remodeling — การเปลี่ยนแปลงและจัดเรียงตัวใหม่ของเนื้อเยื่อ
  • Fibrosis — การเกิดพังผืดหรือเนื้อเยื่อเส้นใย
  • Edema — การบวมน้ำภายในเนื้อเยื่อ

และยังมีอีกหนึ่งคุณสมบัติสำคัญของ HA นั่นคือความสามารถในการอุ้มน้ำ

ดังนั้น ปริมาตรที่เราเห็นบนใบหน้าจึงไม่สามารถนำไปเทียบตรง ๆ กับปริมาณ HA ที่ยังเหลืออยู่ได้เสมอไป

นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่การประเมินก่อนเติมฟิลเลอร์ซ้ำมีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่เคยฉีดหลายครั้งหรือจำไม่ได้ว่าเคยฉีดบริเวณไหนมาบ้าง

⸻

ฉีดมาหลายปีแล้ว อยู่ดี ๆ ทำไมก้อนเพิ่งโผล่?

ลองนึกภาพว่ามีฟิลเลอร์เก่าก้อนหนึ่งอยู่ใต้ผิวหนัง

มันอาจอยู่ตรงนั้นมาหลายปีโดยที่เราไม่รู้สึกอะไรเลย

ไม่บวม ไม่เจ็บ ไม่แดง และบางครั้งก็คลำไม่เจอด้วยซ้ำ

เราเรียกสภาวะแบบนี้ได้ว่า Clinically Silent (มีสิ่งผิดปกติหรือวัสดุอยู่ แต่ยังไม่ก่ออาการที่สังเกตได้ทางคลินิก)

จนกระทั่งวันหนึ่ง…

คนไข้เริ่มมีอาการบวมขึ้นมาในบริเวณที่เคยฉีดฟิลเลอร์

สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่ฟิลเลอร์งอกขึ้นมาใหม่ แต่เป็นวัสดุเดิมที่เคยอยู่อย่างสงบ เริ่มมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อเยื่อหรือระบบภูมิคุ้มกันมากขึ้น

ในบางรายอาจพบเหตุการณ์กระตุ้น หรือ Trigger (ปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการ) ก่อนหน้า เช่น

  • การติดเชื้อไวรัสหรือเจ็บป่วย
  • การติดเชื้อหรือทำหัตถการทางทันตกรรม
  • การบาดเจ็บหรือกระทบกระแทกบริเวณที่ฉีด
  • การฉีดฟิลเลอร์เพิ่มเติม
  • เหตุการณ์ที่กระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน

ปัจจัยเหล่านี้มีรายงานความสัมพันธ์กับปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นภายหลังในบางกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกเหตุการณ์จะเป็นสาเหตุโดยตรงเสมอไป

เมื่อเกิดการอักเสบ เนื้อเยื่ออาจบวมขึ้นจนทำให้ฟิลเลอร์ที่เคยไม่แสดงอาการ กลายเป็นก้อนที่มองเห็นหรือคลำได้

ภาวะนี้อยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า Delayed-Onset Reaction (ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นล่าช้า หลังจากฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วหลายเดือนหรือหลายปี)

และที่สำคัญคือ ก้อนที่เกิดขึ้นภายหลังไม่ได้มีสาเหตุเดียว!

⸻

ก้อนฟิลเลอร์เก่า ไม่ได้แปลว่าทุกก้อนเป็น Granuloma

คำว่า Granuloma เป็นคำที่เราได้ยินบ่อยมากในวงการความงาม

แต่ในทางการแพทย์ ไม่ควรเรียกทุกก้อนที่เกิดหลังฉีดฟิลเลอร์ว่า Granuloma ค่ะ

เพราะ Granuloma (ก้อนเนื้ออักเสบที่เกิดจากการรวมตัวของเซลล์ภูมิคุ้มกันในลักษณะเฉพาะ) เป็นคำวินิจฉัยทางพยาธิวิทยา ซึ่งโดยหลักต้องอาศัยการตรวจเนื้อเยื่อเพื่อยืนยัน

หากยังไม่ทราบกลไกที่แน่ชัด การใช้คำว่า Delayed-Onset Nodule หรือ DON (ก้อนที่ปรากฏขึ้นภายหลังการฉีดไปแล้วระยะหนึ่ง) จะเหมาะสมกว่า

แล้วก้อนฟิลเลอร์เก่าเกิดจากอะไรได้บ้าง?

เป็นกรณีที่ HA ยังคงอยู่ในเนื้อเยื่อ แต่ไม่ได้มีการอักเสบอย่างชัดเจน

  1. Residual Filler — ฟิลเลอร์เก่าที่ยังเหลืออยู่

อาจคลำได้เป็นก้อนนิ่มหรือก้อนที่ค่อนข้างคงที่ โดยไม่มีอาการแดง ร้อน หรือเจ็บ

2. Stacking / Migration — ฟิลเลอร์สะสมหรือเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม

Stacking คือการมีฟิลเลอร์จากหลายรอบสะสมอยู่ร่วมกัน

ส่วน Migration (การเคลื่อนของฟิลเลอร์ออกจากตำแหน่งที่ตั้งใจฉีดเดิม) อาจทำให้เห็นความนูนหรือก้อนในตำแหน่งที่ไม่คาดคิด

ทั้งสองอย่างไม่จำเป็นต้องมีการติดเชื้อหรืออักเสบร่วมด้วย

3. Delayed Inflammatory Reaction — ปฏิกิริยาอักเสบที่เกิดขึ้นภายหลัง

ร่างกายเกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันในบริเวณที่มีฟิลเลอร์

อาจมีอาการบวม แดง เจ็บ หรือคลำได้เป็นก้อน

4. Foreign-body Granuloma — ก้อนอักเสบจากปฏิกิริยาต่อสิ่งแปลกปลอม

ลองนึกภาพว่าเซลล์ภูมิคุ้มกันพยายามเข้ามาจัดการกับวัสดุที่อยู่ในเนื้อเยื่อ แต่ไม่สามารถกำจัดออกได้อย่างสมบูรณ์

Macrophage (เซลล์ภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่เก็บกินและกำจัดสิ่งแปลกปลอม) อาจรวมตัวกัน และบางส่วนกลายเป็น Multinucleated Giant Cells (เซลล์ขนาดใหญ่ที่เกิดจากการรวมตัวของเซลล์ภูมิคุ้มกันหลายเซลล์)

กระบวนการนี้อาจเกิดร่วมกับ Fibrosis (การสร้างเนื้อเยื่อพังผืด) ทำให้เกิดก้อนแข็งที่คงอยู่ได้นาน

5. Infection / Biofilm-associated Reaction — ปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ

กรณีนี้มีองค์ประกอบของเชื้อจุลชีพเข้ามาเกี่ยวข้อง และอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบแบบเรื้อรังหรือกลับมาเป็นซ้ำ

ซึ่งนำเราไปสู่เรื่องที่น่าสนใจมากที่สุดเรื่องหนึ่งของฟิลเลอร์เก่า…

_________________

BIOFILM: หรือมีแบคทีเรียซ่อนตัวอยู่ในฟิลเลอร์?

Biofilm (ชุมชนของจุลชีพที่เกาะรวมตัวกันบนพื้นผิวและสร้างสารห่อหุ้มตัวเอง) เป็นรูปแบบการดำรงชีวิตของแบคทีเรียที่พบได้ทั้งในธรรมชาติและในทางการแพทย์

สำหรับฟิลเลอร์ มีสมมติฐานว่าแบคทีเรียบางชนิดอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับวัสดุที่ฉีด และคงอยู่ในลักษณะที่ไม่ก่อให้เกิดอาการติดเชื้อเฉียบพลันตั้งแต่แรก

มีแบคทีเรียปริมาณเล็กน้อยเข้าไปเกี่ยวข้องกับบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์

↓

แบคทีเรียอาจคงอยู่ในสภาวะที่มีกิจกรรมต่ำ

↓

คนไข้ไม่มีอาการผิดปกติเป็นเวลานาน

↓

เมื่อสภาพแวดล้อมของเนื้อเยื่อหรือการตอบสนองของภูมิคุ้มกันเปลี่ยนแปลง

↓

อาจเกิดปฏิกิริยาอักเสบขึ้นมา

ทำไมปฏิกิริยาบางชนิดจึงเกิดขึ้นช้ามาก ทั้งที่ฉีดฟิลเลอร์มานานแล้ว

(แต่อย่าลืมว่า การมีฟิลเลอร์ตกค้างไม่ได้แปลว่ามีแบคทีเรียซ่อนอยู่เสมอไปค่ะ)

⸻

แล้วอาการบวม ๆ ยุบ ๆ เป็นสัญญาณของ Biofilm หรือเปล่า?

“เมื่อเดือนก่อนแก้มบวมขึ้นมา อยู่ดี ๆ ก็ยุบไปเอง ผ่านไปอีกพักกลับมาบวมใหม่”

ในทางการแพทย์เรียกอาการที่กำเริบและทุเลาสลับกันว่า Waxing and Waning (อาการที่เป็นมากขึ้นแล้วลดลงเป็นระยะ ๆ)

รูปแบบนี้อาจพบได้ในกระบวนการอักเสบหลายชนิด รวมถึงปฏิกิริยาที่มีการติดเชื้อเข้ามาเกี่ยวข้อง

แต่ประเด็นสำคัญคือ

บวม ๆ ยุบ ๆ ไม่ได้เท่ากับ Biofilm

เพราะยังมีกลไกอื่นที่ทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้ เช่น

Delayed Hypersensitivity (ปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นล่าช้า) หรือ Foreign-body Inflammation (การอักเสบที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อวัสดุแปลกปลอม)

แล้วเราจะแยกความแตกต่างได้อย่างไร?

⸻

Biofilm vs Delayed Hypersensitivity vs Granuloma ต่างกันตรงไหน?

ทั้งสามภาวะอาจทำให้เกิดก้อนหรือการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์ได้เหมือนกัน แต่กลไกไม่เหมือนกัน

ภาวะอธิบายแบบเข้าใจง่าย
Biofilm-associated Reactionมีองค์ประกอบของเชื้อจุลชีพเข้ามาเกี่ยวข้องกับการอักเสบ
Delayed Hypersensitivityระบบภูมิคุ้มกันเกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อวัสดุหรือองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง
Foreign-body Granulomaเซลล์ภูมิคุ้มกันรวมตัวกันเพื่อตอบสนองต่อวัสดุที่ร่างกายกำจัดออกได้ไม่สมบูรณ์

แล้วมีอะไรช่วยให้แพทย์สงสัยกลไกแต่ละแบบมากขึ้น?

สมมติว่าคนไข้เคยฉีดฟิลเลอร์หลายบริเวณ ทั้งแก้ม ริมฝีปาก และใต้ตา

วันหนึ่งเกิดอาการบวมหลายตำแหน่งพร้อมกันหลังจากมีอาการเจ็บป่วย

ลักษณะนี้อาจทำให้แพทย์นึกถึง Immune-mediated Reaction (ปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน) มากขึ้น

ในทางกลับกัน หากเป็นก้อนเฉพาะจุด บวมแดง เจ็บ และกลับมาเป็นซ้ำบริเวณเดิม ก็จำเป็นต้องพิจารณาความเป็นไปได้ของการติดเชื้อร่วมด้วย

ส่วนก้อนแข็งที่คงอยู่นาน อาจต้องประเมินเรื่องพังผืดหรือปฏิกิริยาต่อสิ่งแปลกปลอมเพิ่มเติม

แต่ลักษณะเหล่านี้เป็นเพียง Clinical Clues (ข้อมูลจากอาการและการตรวจร่างกายที่ช่วยชี้แนวทางการวินิจฉัย) ไม่ใช่เกณฑ์ที่ใช้ฟันธงได้ทันที

เพราะในความเป็นจริง กลไกเหล่านี้สามารถเกิดซ้อนกันได้

ตัวอย่างเช่น การติดเชื้ออาจกระตุ้นการอักเสบ และการอักเสบเรื้อรังอาจนำไปสู่ปฏิกิริยาของเซลล์ภูมิคุ้มกันและการสร้างพังผืดตามมา

ดังนั้น คนไข้สองคนที่มาด้วยอาการเหมือนกันว่า “ฉีดฟิลเลอร์มา 3 ปีแล้วเพิ่งมีก้อน” อาจมีสาเหตุของก้อนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

(ใครสงสัย อย่าอ่านแล้วนั่งวินิจฉัยเองนะคะ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจสืบค้นเพิ่มเติมค่ะ)

⸻

Ultrasound: ตัวช่วยสำคัญในการสืบหาว่าใต้ผิวหนังเกิดอะไรขึ้น

เมื่อคนไข้มีประวัติฉีดฟิลเลอร์หลายครั้ง แล้วกลับมาด้วยอาการบวม มีก้อน หรือใบหน้าดูเต็มผิดปกติ คำถามแรกไม่ควรมีแค่ว่า

“ต้องฉีดสลายกี่ยูนิต?” แต่ควรถามก่อนว่า ตอนนี้เรากำลังรักษาอะไรอยู่กันแน่?

หนึ่งในเครื่องมือที่มีประโยชน์มากคือ High-frequency Ultrasound หรือ HFUS (เครื่องอัลตราซาวด์ความถี่สูงที่ใช้ตรวจดูโครงสร้างเนื้อเยื่อบริเวณตื้น เช่น ผิวหนังและชั้นใต้ผิวหนัง)

เครื่องมือนี้ช่วยให้แพทย์มองเห็นสิ่งที่การคลำเพียงอย่างเดียวอาจบอกไม่ได้

เช่น ฟิลเลอร์ยังอยู่หรือไม่ อยู่ลึกแค่ไหน มีลักษณะเป็นเจล เป็นก้อนเนื้อ หรือมีของเหลวสะสมอยู่หรือเปล่า

ฟิลเลอร์แต่ละแบบหน้าตาเป็นอย่างไรบน Ultrasound?

1. Residual HA — ฟิลเลอร์ HA ที่ยังเหลืออยู่

HA Filler มักปรากฏเป็นบริเวณ Hypoechoic หรือ Anechoic (บริเวณที่สะท้อนคลื่นเสียงน้อยหรือแทบไม่สะท้อน ทำให้ภาพอัลตราซาวด์ดูมืด)

บางลักษณะอาจคล้าย Pseudocyst (ภาพคล้ายถุงที่มีของเหลวอยู่ภายใน แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นถุงน้ำจริงทางพยาธิวิทยา)

ทั้งนี้ รูปร่างของฟิลเลอร์ขึ้นอยู่กับชนิดผลิตภัณฑ์ ตำแหน่งที่ฉีด และระยะเวลาที่ผ่านไป

2. Fibrosis / Granulomatous Lesion — พังผืดหรือรอยโรคที่มีปฏิกิริยาอักเสบ

ภาพอาจมีลักษณะ Heterogeneous Echotexture (เนื้อภาพสะท้อนคลื่นเสียงไม่สม่ำเสมอ) หรือมีขอบเขตไม่เรียบ

อาจพบการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อรอบข้างร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม Ultrasound เพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยัน Granuloma ทางพยาธิวิทยาได้

3. Abscess — ฝีหรือโพรงหนอง

อาจเห็น Fluid Collection (บริเวณที่มีของเหลวสะสม) ร่วมกับ Internal Debris (ตะกอนหรือสิ่งตกค้างภายในโพรง)

หากใช้ Doppler Ultrasound (โหมดอัลตราซาวด์ที่ช่วยประเมินการไหลเวียนของเลือด) อาจพบ Hypervascularity หรือ Hyperemia (การไหลเวียนของเลือดเพิ่มขึ้น) บริเวณรอบรอยโรค ซึ่งช่วยสนับสนุนว่ามีกระบวนการอักเสบอยู่

แต่ต้องพิจารณาร่วมกับอาการและการตรวจอื่น ๆ ด้วย

แล้ว Ultrasound มองเห็น Biofilm ได้ไหม?

คำตอบคือ ไม่สามารถยืนยัน Biofilm ได้โดยตรง

เพราะ Biofilm เป็นปรากฏการณ์ทางจุลชีววิทยา ไม่ใช่ลักษณะภาพอัลตราซาวด์ที่มีรูปแบบจำเพาะ

Ultrasound ช่วยบอกได้ว่า มีวัสดุอยู่ตรงไหน มีของเหลวหรือก้อนอยู่หรือไม่ และมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อรอบข้างอย่างไร

แต่ไม่สามารถสรุปจากภาพเพียงอย่างเดียวว่า

“ก้อนนี้คือ Biofilm แน่นอน”

หากสงสัยการติดเชื้อ แพทย์อาจต้องพิจารณาการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจทางจุลชีววิทยา เช่น Culture (การเพาะเชื้อ) หรือ PCR (การตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ) ตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี

และแม้ผลตรวจบางชนิดจะเป็นลบ ก็ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ของการติดเชื้อทุกกรณีเสมอไป

⸻

ทำไมบางคนฉีดสลายฟิลเลอร์แล้ว ก้อนยังไม่หาย?

Hyaluronidase (เอนไซม์ที่ใช้ช่วยย่อยสลาย HA) เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ HA Filler

แต่ไม่ใช่ทุกก้อนหลังฉีดฟิลเลอร์จะหายไปด้วยการฉีดเอนไซม์ชนิดนี้

ฟิลเลอร์ HA + พังผืด + เซลล์อักเสบ + การเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อรอบข้าง

เมื่อใช้ Hyaluronidase ส่วนที่เป็น HA อาจลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าพังผืดหรือกระบวนการอักเสบทั้งหมดจะหายไปพร้อมกัน

จึงเป็นไปได้ว่าก้อนยังคงอยู่ แม้จะมีการสลาย HA ไปแล้วบางส่วน

อีกทั้งการตอบสนองต่อ Hyaluronidase ยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดฟิลเลอร์ ตำแหน่ง ปริมาณ และวิธีการให้ยา

ดังนั้น การที่ก้อนไม่ยุบหลังฉีดสลาย ไม่ได้แปลว่าก้อนนั้นไม่ใช่ HA เสมอไป แต่เป็นเหตุผลที่ควรกลับมาประเมินสาเหตุอีกครั้ง

⸻

แทนที่จะมองทุกก้อนเป็นปัญหาเดียวกัน การประเมินควรเริ่มจากการแยกกลุ่มของอาการ

อาการที่พบสิ่งที่ควรพิจารณา
ก้อนคงที่ ไม่แดง ไม่เจ็บฟิลเลอร์ตกค้าง การสะสม หรือการเคลื่อนตำแหน่ง
บวมหลายตำแหน่งพร้อมกันปฏิกิริยาที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน
ก้อนบวมแดง เจ็บ และเป็นซ้ำการอักเสบที่เกิดขึ้นภายหลัง รวมถึงความเป็นไปได้ของการติดเชื้อ
มีโพรงของเหลวร่วมกับอาการอักเสบต้องประเมินภาวะฝีหรือการติดเชื้อ
ก้อนแข็งคงอยู่นานพังผืด ปฏิกิริยาต่อสิ่งแปลกปลอม หรือกลไกผสม

การรักษาอาจแตกต่างกันตั้งแต่การติดตามอาการ การใช้อัลตราซาวด์ช่วยประเมิน การฉีดสลาย HA การใช้ยาต้านการอักเสบ การรักษาการติดเชื้อ ไปจนถึงการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อหรือระบายหนองในกรณีที่มีข้อบ่งชี้

โดยเฉพาะหากมีอาการแดงร้อนลุกลาม ปวดมาก มีไข้ หรือสงสัยฝี ควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว ไม่ควรรอดูอาการหรือพยายามนวดก้อนด้วยตัวเอง

⸻

สรุป: ฟิลเลอร์ไม่ได้มีแค่สถานะ “อยู่” หรือ “สลาย”

เรื่องทั้งหมดนี้กำลังเปลี่ยนวิธีที่เรามองฟิลเลอร์ไปพอสมควร

เดิมทีเราอาจคิดว่าชีวิตของฟิลเลอร์มีเพียงสามขั้นตอน

ฉีด → เติมเต็ม → สลายหายไป

แต่ในความเป็นจริง Filler Lifecycle (วงจรการเปลี่ยนแปลงของฟิลเลอร์หลังเข้าสู่ร่างกาย) อาจซับซ้อนกว่านั้นมาก

ตั้งแต่การเข้าไปอยู่ในเนื้อเยื่อ การอุ้มน้ำ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การย่อยสลายบางส่วน การตกค้าง การฉีดซ้ำ ไปจนถึงการตอบสนองของเนื้อเยื่อและระบบภูมิคุ้มกัน

ฟิลเลอร์ที่เคยอยู่อย่างสงบมาหลายปี อาจกลายเป็นบริเวณที่เกิดปัญหาขึ้นภายหลังได้จากหลายกลไก

แต่ไม่ได้หมายความว่าฟิลเลอร์เก่าทุกก้อนจะต้องเกิดการอักเสบ หรือต้องรีบฉีดสลายออกทั้งหมด

__________________

สุดท้าย ข้อคิดของคนฉีดฟิลเลอร์ที่ดรีมอยากจะฝากไว้คือ…

หนึ่ง — Temporary ไม่ได้แปลว่า Zero Residue

คำว่า “ฟิลเลอร์ชั่วคราว” ไม่ได้การันตีว่าเมื่อครบระยะเวลาที่ระบุแล้ว จะไม่มีวัสดุหลงเหลืออยู่เลย

สอง — การเติมซ้ำควรคำนึงถึงฟิลเลอร์เก่าด้วย

โดยเฉพาะผู้ที่เคยฉีดหลายครั้ง เพราะปริมาตรที่มองเห็นอาจเกิดจาก “ฟิลเลอร์หลายรอบ” ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อ

สาม — ก้อนฟิลเลอร์เก่าไม่ได้มีสาเหตุเดียว

Residual HA, Stacking, Migration, Delayed Inflammation, Granuloma และ Infection อาจมีอาการคล้ายกัน หรือเกิดร่วมกันได้

สี่ — บวม ๆ ยุบ ๆ ไม่ได้แปลว่า Biofilm เสมอไป

Biofilm เป็นหนึ่งในกลไกที่ควรพิจารณา โดยเฉพาะเมื่อมีการอักเสบกลับมาเป็นซ้ำ แต่ไม่สามารถวินิจฉัยจากรูปแบบอาการเพียงอย่างเดียว

ห้า — ก่อนรักษา ต้องรู้ก่อนว่าเรากำลังรักษาอะไร

เพราะการฉีดสลายฟิลเลอร์ การรักษาการอักเสบ และการรักษาการติดเชื้อ ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

“ฟิลเลอร์ที่หมดระยะเวลาการเติมเต็มตามที่ผู้ผลิตระบุ ไม่ได้แปลว่ามันหายไปจากเนื้อเยื่อแล้ว และฟิลเลอร์ที่ยังหลงเหลืออยู่ ก็ไม่ได้แปลว่ามันกำลังก่อปัญหาเสมอไป”

ดังนั้น สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่การเฝ้าแต่ถามหมอว่า “ฟิลเลอร์อยู่ได้นานกี่เดือน?“

แต่ควรถามตัวเองให้คิดต่อด้วยว่า

“เมื่อเวลาผ่านไป ฟิลเลอร์ที่ยังเหลืออยู่กำลังมีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อเยื่อของเราอย่างไร?“

เพราะในเวชศาสตร์ความงาม ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราเติมอะไรเข้าไปมากแค่ไหนเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับว่า ***เราเข้าใจสิ่งที่เคยเติมเข้าไปแล้วมากเพียงใดด้วย***

_____________________

ติดตาม Lifestyle ของหมอดรีมกับช่องทาง DOCTOR DAYDREAMER ได้ที่..

YOUTUBE : https://www.youtube.com/doctordaydreamer

FACEBOOK : https://www.facebook.com/doctordaydreamer

INSTAGRAM : https://instagram.com/doctor.daydreamer

TIKTOK : https://www.tiktok.com/@doctordaydreamer

X : https://x.com/drdaydreamerzzz

LEMON8 : https://lemon8-app.com/@doctordaydreamer

WEBSITE : http://www.doctordaydreamer.com

SPOTIFY PODCAST : https://open.spotify.com/show/5hzIs8AE8JDT4DSBjComzG

กลุ่มช่วยกันชำแหละสูตรสกินแคร์ https://www.facebook.com/groups/173089624608800

___________________________________

ติดตาม คลินิกของหมอดรีม Dr. Dream Clinic ได้ที่..

LINE : @drdreamclinic http://lin.ee/JuEPv6h

FACEBOOK (Official fanpage): https://www.facebook.com/drdreamclinic

FACEBOOK (สาขากรุงเทพมหานคร): https://www.facebook.com/drdreamclinicbkk

INSTAGRAM : https://instagram.com/dr.dream.clinic

ขอบคุณค่ะ

Explore More

#peptide 💧ทาจนมือหงิก🤌🏻กระตุ้น #คอลลาเจน กี่โมง⁉️| DOCTOR DAYDREAMER #SKINCARE101 

กดแชร์ด้วยนะคะ^^#peptide 💧ทาจนมือหงิก🤌🏻กระตุ้น #คอลลาเจ […]

ถูกหลอกฉีด #CaHA มาตลอดทฤษฎีเต็ม10ปฏิบัติสอบตก | #SKINCARE101 #หมอดรีม

กดแชร์ด้วยนะคะ^^ถูกหลอกฉีด #CaHA มาตลอดทฤษฎีเต็ม10ปฏิบั […]

แค่เช็ดหน้า #นำ้เกลือ รูขุมขนเล็กลงจริง | DOCTOR DAYDREAMER #SKINCARE101

กดแชร์ด้วยนะคะ^^แค่เช็ดหน้า #นำ้เกลือ รูขุมขนเล็กลงจริง […]