18 สิ่งที่ต้องไปดูในพิพิธภัณฑ์Louvre (ฉบับเอาคอนเทนท์) | DOCTOR DAYDREAMER #หมอดรีม #paris
“ติวเข้ม 18 สิ่งที่ต้องไปดูในพิพิธภัณฑ์Louvre (ฉบับคนไม่รู้ศิลปะแต่อยากได้คอนเทนท์)”
พิพิธภัณฑ์รู้จักว่าเป็นสถานที่แสดงงานศิลปะที่มีมากกว่า 35,000 ชิ้น
…แหม่!! ใครจะไปดูได้หมด ใครที่กำลังวางแผนจะไปและไม่รู้จะต้องทำการบ้านอะไรบ้าง
คลิปนี้ดรีมจะมาติวเข้ม 18 ผลงานศิลปะที่จัดว่าเป็น ตัวตึง ตัวมัม ตัวมารดา ที่คุณพลาดไม่ได้เมื่อไปเยี่ยมชมที่ Louvre Museum หรือ Musée du Louvre
เรียกได้ว่าเหมือนจูงมือพาเดินเที่ยวเลย ใครเก็บได้หมดครบ บอกเลยว่า… คลิปนี้คลิปเดียวคุยโม้กับเพื่อนได้ทั้งชีวิต ว่าเราไปดูมาแล้ว เน้นเช็คอิน เน้นเอาคอนเทนท์ ไม่เน้นรู้เรื่องทั้งหมดค่ะ ลุยกันเลย
……………………….
01:31 นั่งชิลคาเฟ่ต์ ถ่ายรูปสวย Le Café Marly

03:14 Entrances ทางเข้าหลัก 3 ที่

05:25 Ticket ซื้อตั๋วยังไง?
ตอนดรีมไปแค่ € 17 เอง ปัจจุบัน € 32 แล้วววววววว (หลังเหตุการณ์โจรกรรมเพชรในปี 2025 ค่าตั๋งขึ้นมาเป็นเท่าตัวเลย)

🟡 LEVEL 1
ROOM 700 : France paintings
06:45 ✅ Liberty leading the people

Liberty Leading the People – Eugène Delacroix (1830)
เป็นจิตรกรชาวฝรั่งเศสผู้นำศิลปะแบบโรแมนติก มีผลงานโด่งดังคือภาพหญิงถือธงชาติ (Liberty) นำประชาชนปฏิวัติ “เสรีภาพนำทางชาวประชา” (Liberty Leading the People) ที่สะท้อนพลังของประชาชนและเหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส.
• สัญลักษณ์เสรีภาพและประชาธิปไตย
• ผสมอุดมคติกับความจริงอันโหดร้าย
• ภาพแห่งชาติฝรั่งเศส
_________
07:55 ✅ The Raft of the Medusa

The Raft of the Medusa – Théodore Géricault (1819) ภาพเหตุเรืออับปางจริงจากความล้มเหลวของรัฐบาล ในวันที่เกิดเหตุ: 2 กรกฎาคม 1816 Méduse – เรือรบฝรั่งเศส เดินทางจากฝรั่งเศส → เซเนกัล (อาณานิคมฝรั่งเศสในแอฟริกา) เนื่องจากกัปตันไม่มีประสบการณ์เพียงพอ – แต่งตั้งโดยการเมือง ไม่ใช่ความสามารถทางทะเล เลือกเส้นทางใกล้ฝั่งมากเกินไป – เพื่อประหยัดเวลา เรือชนแนวปะการัง Arguin Bank – ทำให้เรือจม ผู้โดยสาร 147 คนถูกทิ้งไว้บน แพลอยน้ำขนาดเล็ก (the raft) เกิด ความอดอยาก การขาดน้ำ การจลาจล และการกินกันเอง (cannibalism) มีผู้รอดชีวิตเพียง 15 คน หลัง 13 วันกลางทะเล
ภาพนี้จึงแสดงถึงความล้มเหลวของรัฐบาล การแต่งตั้งกัปตันไม่คำนึงถึง ความสามารถและประสบการณ์ ขาดมาตรการป้องกันและความช่วยเหลือฉุกเฉิน เหตุการณ์นี้ถูกมองว่าเป็น สัญลักษณ์ความล้มเหลวทางการเมืองและการบริหารราชการฝรั่งเศสหลังยุค Napoleon
นี่เป็นการวิจารณ์การเมืองอย่างรุนแรง จุดเริ่ม Romanticism ฝรั่งเศส ซึ่ง Géricault ทำการศึกษา ศพจริงและผู้รอดชีวิต เพื่อความสมจริง ทำให้ The Raft of the Medusa จึงเป็น Romantic painting ที่ผสมความดราม่า อารมณ์ความสิ้นหวัง และวิพากษ์สังคม–การเมือง
_________
ROOM 701 : French Paintings
09:55 Beautiful ceiling
เพดานที่ประดับตกแต่งภาพแบบศิลปะราชสำนัก แสดงถึงการใช้ศิลปะเป็น “สถาปัตยกรรมแห่งอำนาจ” เปรียบเสมือนมองขึ้นไปจะเห็นการเล่าเรื่องชาติผ่านสวรรค์
_________
ROOM 702 : French Paintings
10:25 ✅ The coronation of Napoleon

The Coronation of Napoleon – Jacques-Louis David (1807)
ฌัก-หลุยส์ ดาวีด (Jacques-Louis David) ซึ่งเป็นศิลปินชาวฝรั่งเศสยุคนีโอคลาสสิกที่มีชื่อเสียงมาก เป็นที่รู้จักจากผลงานที่สะท้อนการปฏิวัติฝรั่งเศสและยุคจักรพรรดินโปเลียน เช่น “คำสาบานแห่งโฮราติอุส” และ “พิธีบรมราชาภิเษกของนโปเลียน”.
• นโปเลียน “สวมมงกุฎให้ตัวเอง” → สัญลักษณ์อำนาจเหนือศาสนา
• ศิลปะถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
• ตัวอย่างคลาสสิกของ Neoclassicism
_________
11:45 ✅ La Grand Odalisque

ลา กร็องด์ โอดาลีสก์ (La Grande Odalisque) โดยศิลปินอ่านว่า ฌ็อง-โอกุสต์-ดอมีนิก แอ็งกร์ (Jean-Auguste-Dominique Ingres) ซึ่งเป็นผลงานภาพหญิงเปลือยที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในโลกศิลปะ.
La Grande Odalisque หมายถึง นางสนมผู้ยิ่งใหญ่ ความสำคัญของภาพนี้คือ
• ร่างกายยาวผิดกายวิภาคหลังและเอวยาวเกินจริง เป็นการยืดร่างกายทำให้ท่าทางดูสง่างามและลื่นไหล ไม่เน้นความถูกต้องทางกายวิภาค → เน้น ความงามอุดมคติ (idealized beauty)
• Orientalism : หญิงนอนหันหลัง สวมผ้าคลุมบางและเครื่องประดับแบบตะวันออก (turban, พรม, พัด) เป็นการแสดงถึงมุมมองของตะวันตกมองตะวันออกแบบจินตนาการ สะท้อน แฟชั่นยุโรปในยุค Romantic ที่จินตนาการ “ตะวันออก” เป็นโลกหรูหรา ลึกลับ และมีเสน่ห์ทางเพศ
• La Grande Odalisque ถูกมองว่าเป็น สะพาน จาก Neoclassical → Romanticism
_________
ROOM 703 : The Daru Staircase
13:22 ✅ The Winged Victory of Samothrace

Winged Victory of Samothrace (c.190 BCE) เดอะวิงก์ดวิกตอรีออฟซาโมเทรซ (The Winged Victory of Samothrace) แปลว่า เทพีไนกี้มีปีกแห่งซาโมเทรซ หรือ อนุสรณ์แห่งชัยชนะที่ซาโมเทรซ เป็นประติมากรรมกรีกโบราณชื่อดังที่จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในปารีส.
• ตัวอย่างสูงสุดของ Hellenistic art
• การเคลื่อนไหวสมจริงราวกับลมพัด
• ไม่มีศีรษะและแขน แต่ยิ่งเพิ่มพลังทางอารมณ์ ถือเป็นงานที่ “พูดได้โดยไม่ต้องมีหน้า”
_________
ROOM 705 : Galerie d’Apollon

14:29 ✅ The French crown jewels
French Crown Jewels
• เดิมเป็นห้องแสดงอำนาจกษัตริย์ฝรั่งเศส มีเพชร Regent Diamond และเครื่องราชกกุธภัณฑ์
• ความสำคัญ: แสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ศิลปะ–อำนาจ–รัฐ
• ชาร์ลส์เลอบรัง (Charles Le Brun) เป็นศิลปินเอกสมัยบาโรคของฝรั่งเศส ผู้ตกแต่งพระราชวังแวร์ซายส์และวาดภาพสำคัญมากมาย ซึ่งห้อง Galerie d’Apollon นี่แหล่ะ เป็นแม่แบบ Hall of Mirrors พระราชวังแวร์ซายส์นั่นเองค่ะ

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2568 โจรที่ปลอมตัวเป็นคนงานก่อสร้างได้ขโมยเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของฝรั่งเศส จำนวน 8 ชิ้น มูลค่าประมาณ 88 ล้านยูโร จากแกล เลอรี อะ พอลลอน ของพิพิธภัณฑ์ลูฟ การปล้นใช้เวลาน้อยกว่า 8 นาที โดยโจรใช้เวลาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ 4 นาที
ภายในหนึ่งสัปดาห์ ชายสองคนอายุประมาณ 30 ปีจากถูกจับกุมในข้อหาเกี่ยวข้องกับการปล้น นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องสงสัยอีก 9 คนถูกควบคุมตัวระหว่างการสอบสวน โดย 6 คนได้รับการปล่อยตัว ขณะนี้มีการตั้งข้อหาผู้ต้องสงสัยแล้ว 5 คน และยังไม่ทราบที่อยู่ของเครื่องประดับที่ถูกขโมยไป
ปัจจุบัน เครื่องประดับและเครื่องราชกกุธภัณฑ์ฝรั่งเศสที่เหลือใน Galerie d’Apollon (ห้อง 705 อาคารเดนอน ชั้น 1) ของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ยังคงจัดแสดงอยู่ที่เดิมแต่ได้มีการปิดชั่วคราวเพื่อทำการบูรณะ (เนื่องจากมีการปรับปรุงและรักษาความปลอดภัยหลังจากเหตุการณ์เครื่องประดับหาย)
แนะนำให้ตรวจสอบเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของพิพิธภัณฑ์ลูฟร์สำหรับข้อมูลการเปิดทำการอีกครั้งก่อนเข้าชมค่ะ
_________
ROOM 711 : Italian Paintings
17:41 ✅ The Wedding Feast at Cana

The Wedding Feast at Cana – Paolo Veronese (1563) ภาพงานเลี้ยงในคัมภีร์ไบเบิล ขนาดใหญ่ที่สุดในลูฟวร์ เต็มไปด้วยตัวละครกว่า 130 คน
• ผสมเรื่องศาสนากับความหรูหราแบบ Venetian
• เป็นตัวอย่างศิลปะที่ “ศาสนา + อำนาจ + สังคม” หลอมรวมกัน
ภาพนี้อิงจาก พระคัมภีร์ (John 2:1–11) เล่าถึงเหตุการณ์ที่พระเยซูทรงเปลี่ยนน้ำเป็นไวน์ในงานเลี้ยงวิวาห์ที่คานา (Miracle at Cana) แต่ Veronese ไม่ได้เน้นแค่ปาฏิหาริย์ทางศาสนาเพียงอย่างเดียว เขาจัดเต็ม ฉากงานเลี้ยงแบบ Venetian — เต็มไปด้วยอาหาร เครื่องดื่ม นักดนตรี และผู้ร่วมงานกว่า 130 คน ทำให้เกิดความรู้สึก อลังการและหรูหรา ของสังคมเวนิสยุคนั้น
Veronese ใช้ภาพนี้เป็น เวทีเชิงสัญลักษณ์ ที่สื่อถึงหลายมิติพร้อมกัน:
• ศาสนา: เรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิล (miracle)
• อำนาจและสถานะ: ตัวละครบางคนแต่งกายหรูหรา บ่งบอกถึงชนชั้นสูงของเวนิส และยังมีบุคคลที่เป็นผู้สนับสนุนศิลปะสมัยนั้นถูกวางในฉากด้วย
• สังคม: แสดงถึงชีวิตสังคมเวนิส — การเลี้ยงฉลอง การดนตรี และมารยาทของชนชั้นสูง
นี่ทำให้ภาพ ไม่ได้เป็นแค่ศิลปะศาสนา แต่ยังสะท้อนอัตลักษณ์ของเวนิสในศตวรรษที่ 16 ด้วย เป็นตัวอย่าง Mannerism ของเวนิส — ศิลปะที่เน้น ความโอ่อ่า ละเอียด และอารมณ์ มากกว่ากฎเกณฑ์ความสมดุลแบบ Renaissance ดั้งเดิม
_________
19:26 ✅ Monalisa

Mona Lisa – Leonardo da Vinci (c.1503–1506) มาแล้วค่ะ…เดิมทีภาพนี้ไม่ได้เป็นที่รู้จักอะไร แต่กลายเป็น งานศิลปะที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก หลังถูกขโมยและข่าวโด่งดังในปี 1911
เธอคือใคร?
ภาพเหมือนหญิงสาว Lisa Gherardini หรือ บางครั้งเรียกว่า Lisa del Giocondo ณ เมือง ฟลอเรนซ์, อิตาลี (1479–1542) เธอ คือ ผู้หญิงชนชั้นกลางสูง (merchant class) ในยุค Renaissance และเป็นภรรยาของ Francesco del Giocondo พ่อค้าเศรษฐี
• “Mona” เป็นคำย่อของ Madonna (หมายถึง “คุณผู้หญิง” ในภาษาอิตาลีโบราณ)
• ดังนั้น Mona Lisa = คุณผู้หญิงลิซ่า
เทคนิค sfumato ทำให้ใบหน้าดูมีชีวิต
ภาพนี้เป็นที่รู้จักจาก รอยยิ้มลึกลับ (enigmatic smile) และเทคนิค sfumato ที่ทำให้ใบหน้าดูนุ่มนวลและสมจริง
Sfumato (สฟูมาโต) คือเทคนิคการวาดภาพแบบเรอเนซองส์ที่ทำให้สีและแสงเงาผสมผสานกันอย่างนุ่มนวลไร้เส้นแบ่งชัดเจนเหมือนควัน (มาจากภาษาอิตาลีที่แปลว่า “เหมือนควัน”)
• รอยยิ้มคลุมเครือ → การรับรู้เปลี่ยนตามมุมมอง
• เป็นสัญลักษณ์ของยุค High Renaissance
• มีอิทธิพลต่อศิลปะภาพเหมือนตลอด 500 ปี
_________
ROOM 718 : Spanish Paintings
22:39 ✅ The Club foot

The Club Foot (José de Ribera, 1642) “เด็กพิการ แต่ไม่ไร้ศักดิ์ศรี” ภาพเด็กชายพิการที่ยืนอย่างสง่างาม ถือใบอนุญาตขอทาน สไตล์ Spanish Baroque / Tenebrism (แสงเงาจัดแบบ Caravaggio)
• แสดงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่ใช่ความน่าสงสาร
• สะท้อนสังคมสเปนศตวรรษที่ 17 เรื่องความยากจนและศาสนา ถือเป็นงานที่ “มนุษยนิยม” มากในยุคนั้น
เด็กชายในภาพมีภาวะ club foot (เท้าปุก/เท้าบิด) ซึ่งในศตวรรษที่ 17 มักถูกมองว่าเป็นภาระของสังคม แต่ Ribera เลือกให้เด็ก ยืนตัวตรง มองตรงเข้าหาผู้ชม แบกไม้ค้ำ แต่ไม่แสดงความอ่อนแอ ยิ้มเล็กน้อย ท้าทายสายตาของผู้ดู
👉 นี่คือการ พลิกมุมมองจาก “ความสงสาร” เป็น “การยอมรับศักดิ์ศรีมนุษย์”
ในมือของเด็กน้อยท่านนี้ถือ ใบอนุญาตขอทาน (begging license) คืออะไร?
ใบอนุญาตขอทาน = สัญลักษณ์ทางสังคม ในสเปนยุคคาทอลิก: คนจนหรือพิการ ไม่สามารถขอทานได้อย่างเสรี ต้องได้รับการรับรองจากรัฐหรือศาสนจักรว่า “สมควรได้รับความช่วยเหลือ”
📌 สิ่งนี้สะท้อน: ระบบควบคุมความยากจน ศาสนาเป็นตัวกำหนด “ความชอบธรรมของความทุกข์”
_________
🟢 LEVEL 0
ROOM 403 : European Sculptures
23:59 ✅ Psyche revived by cupid’s kiss

Psyche Revived by Cupid’s Kiss – Antonio Canova, ค.ศ. 1787–1793 “จิตวิญญาณฟื้นคืนชีพด้วยจุมพิตของคิวปิด”
• Neoclassical sculpture
• ความงามแบบอุดมคติ + อารมณ์โรแมนติก
• ประติมากรรมหินอ่อน (Marble)หินอ่อนดูอ่อนนุ่มเหมือนผิวจริง
อ้างอิงตำนานกรีก–โรมัน Psyche = หญิงมนุษย์ผู้งดงาม เป็นสัญลักษณ์ของ “จิตวิญญาณ” และ Cupid (Eros) = เทพแห่งความรัก
Psyche ถูกลงโทษจนหมดสติ Cupid จูบเธอ ปลุกให้ฟื้นคืนชีวิต แสดงถึง ความรัก = พลังที่ชุบชีวิตจิตวิญญาณ
Canova เลือก “เสี้ยววินาที” ก่อนการจูบเต็มรูปแบบ ริมฝีปากยังไม่สัมผัส แขนโอบกันเป็นวงกลม สื่อถึง ความรักที่บริสุทธิ์ อ่อนโยน และควบคุมอารมณ์ แตกต่างจาก Baroque ที่เน้นอารมณ์พุ่งพล่าน
_________
25:18 ✅ Michelangelo’s Dying Slave and Rebellious Slave

Dying Slave & Rebellious Slave – Michelangelo Buonarroti, ค.ศ. 1513–1516
• เดิมออกแบบให้สุสาน Pope Julius II โครงการสุสานนี้ ยิ่งใหญ่มาก แต่ถูกยกเลิก/ลดขนาดหลายครั้ง ทำให้ไม่ได้ถูกจัดตั้งแสดงจริง
• ร่างกายเหมือนพยายามหลุดจากหิน สื่อถึงเสรีภาพ ความทุกข์ และจิตวิญญาณมนุษย์
“Slaves” เดิมตั้งใจให้เป็น รูปเปรียบเทียบ (allegorical figures) การตีความตัว “ทาส”:
• บางแนวคิดมองว่าแทน ศิลปะแขนงต่าง ๆ ที่ถูกพันธนาการ
• บางแนวคิดมองว่าแทน มนุษย์ที่ติดอยู่กับโลกวัตถุ
• หรือแทน จิตวิญญาณที่ยังไม่หลุดพ้น
_________
ROOM 345 : Greek Antiquities
26:41 ✅ the Venus de Milo

Venus de Milo ประติมากรรมหินอ่อนกรีกโบราณ, ประมาณ 130–100 ปีก่อนคริสต์ศักราช (Hellenistic period) เทพี Aphrodite เป็นตัวแทน “ความงามแบบกรีกคลาสสิก” ที่ทรงพลังมาก ค้นพบที่เกาะ Milos (Melos) ปี 1820
• ความงามแบบคลาสสิก สมดุล สงบ
• ไม่มีแขน → ยิ่งเพิ่มความลึกลับ
โดยทั่วไปเชื่อว่าเป็น Aphrodite (Venus) เทพีแห่งความรักและความงาม
• สรีระเปลือยครึ่งบน → แบบแผนของ Aphrodite
• ท่าทางอ่อนโยน ไม่ใช่เทพีสงครามหรือปัญญา
• ท่ายืนแบบ contrapposto น้ำหนักลงขาข้างเดียว ลำตัวบิดเล็กน้อย
• สะโพกเอียง สร้างเส้นโค้ง S-shape
📌 นี่คือจุดเชื่อม: Classical ideal (สมดุล สงบ) กับ Hellenistic dynamism (การเคลื่อนไหว)
แขนที่หายไป: ข้อบกพร่องที่กลายเป็นพลัง เพิ่มความลึกลับ เปิดพื้นที่ให้จินตนาการของผู้ชมได้ตั้งสมมติฐาน: มือหนึ่งอาจถือ แอปเปิล (รางวัลจาก Paris ในตำนาน Trojan War) อีกมืออาจจับผ้าคลุม 👉 “ความไม่สมบูรณ์” กลายเป็นเสน่ห์เหนือกาลเวลา
_________
ROOM 328 : Egyptian Antiquities
28:45 ✅ Great Sphinx of Tanis

Great Sphinx of Tanis
สฟิงซ์ = สิ่งมีชีวิตผสม
• ร่างสิงโต → พลัง อำนาจ การปกป้อง
• พระพักตร์มนุษย์ (ฟาโรห์) → ปัญญาและสิทธิ์ในการปกครอง
👉 รวมกัน = อำนาจทางโลก + อำนาจศักดิ์สิทธิ์
_________
29:14 ✅ The Louvre’s Mummy

อียิปต์โบราณ, หลายราชวงศ์ ร่างมนุษย์ผ่านพิธีทำมัมมี่
มัมมี่ = วิทยาศาสตร์ + ศาสนา การทำมัมมี่ไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่คือ:
• ความรู้ทางกายวิภาค
• เคมีพื้นฐาน (เรซิน เกลือ natron)
• การผ่าตัดและการถนอมเนื้อเยื่อ
📌 เป้าหมาย: รักษาร่างกายเพื่อให้ วิญญาณกลับมาใช้ได้อีกครั้ง
_________
ROOM 227 : Middle Eastern Antiquities
30:13 ✅ The Lamassu

Lamassu เทพผู้พิทักษ์ (หัวคน ปีกนก ตัววัว)
อัสซีเรีย (Neo-Assyrian Empire) ประมาณ ศตวรรษที่ 9–7 ก่อนคริสต์ศักราช เป็นหินแกะสลักขนาดมหึมา ตั้งอยู่ที่ ประตูเมือง / พระราชวัง (เช่น Nimrud, Khorsabad, Nineveh)สถาปัตยกรรม + ศาสนา + อำนาจรัฐ แสดงการปกป้องเมือง
Lamassu เป็นสิ่งมีชีวิตผสม:
• หัวมนุษย์ → ปัญญา การปกครอง การใช้เหตุผล
• ปีกนกอินทรี → พลังสวรรค์ ความเร็ว การเฝ้าระวัง
• ตัววัว (หรือสิงโต) → พละกำลัง ความอุดมสมบูรณ์ เสถียรภาพ
👉 รวมกัน = ผู้พิทักษ์ที่สมบูรณ์แบบทั้งทางกายใจและจักรวาล
_________
ROOM 227 : Middle Eastern Antiquities
31:48 ✅ Code of Hammurabi

Code of Hammurabi กฎหมายลายลักษณ์อักษรที่เก่าแก่ที่สุด หลัก “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน”
กษัตริย์ฮัมมูราบี แห่งบาบิโลน รวมอำนาจรัฐและจัดระบบสังคมให้เป็นปึกแผ่น สร้างกฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือสร้าง “รัฐ” จารึกบนเสาหินบะซอลต์ บาบิโลเนีย, ราว 1754 ปีก่อนคริสต์ศักราช
📌 นี่คือจุดเปลี่ยน: จากประเพณี → กฎหมายลายลักษณ์อักษร
“ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” หลัก Lex Talionis: โทษต้อง “สมดุล” กับความผิด ลดการแก้แค้นแบบไร้ขอบเขต
แต่ต้องเข้าใจว่าสมัยแรกนั้น : ไม่เท่าเทียมกันทุกชนชั้น โทษแตกต่างระหว่าง ชนชั้นสูง สามัญชน ทาส
📌 ความยุติธรรมในยุคนั้น = ความมั่นคงของสังคม มากกว่าความเสมอภาค
_________
🔵 LEVEL -1
34:06 La Cour Marly of the Louvre museum

ประติมากรรมฝรั่งเศสศตวรรษที่ 17–19 ในลานกระจกขนาดใหญ่ Richelieu Wing ได้แสงธรรมชาติจากหลังคากระจก ถ่ายรูปสวยมากๆ ถ้าไปตอนกลางวัน
• เดิมประดับพระราชวังแวร์ซาย (Versailles)และ Marly-le-Roi ที่ สวน ลาน หลังคา ปัจจุบันย้ายเข้าลูฟวร์เพื่ออนุรักษ์
ทำให้ La Cour Marly คือหนึ่งในพื้นที่ที่สวยและอลังการที่สุดของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ เป็นเหมือน “พระราชวังกลางพิพิธภัณฑ์” เลยค่ะ
_________
🔴 LEVEL 2
ROOM 837 : French Paintings
35:25 ✅ The Lace Maker

The Lace Maker – Johannes Vermeer ความเงียบ สมาธิ รายละเอียดชีวิตประจำวัน แสงธรรมชาติอันละเอียดอ่อน ศิลปะที่ “เล็กแต่ลึก”
หญิงสาวธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา ภาพนี้แสดงหญิงสาวกำลัง ทำลูกไม้ (lace-making) งานฝีมือที่ต้องใช้สมาธิสูงมาก
ไม่มีฉากหรูหรา ไม่มีสัญลักษณ์ศาสนาชัดเจน เป็นชีวิตประจำวันของชนชั้นกลางดัตช์ แต่ Vermeer ยกระดับ “กิจวัตรเล็กๆ” ให้กลายเป็นศิลปะชั้นสูง
ความเงียบ = เนื้อหาหลักของภาพ ไม่มีการสบตาผู้ชม ไม่มีอารมณ์ดราม่า ทุกอย่างหยุดนิ่ง สิ่งที่ Vermeer สนใจไม่ใช่ “ตัวบุคคล” แต่คือ สภาวะของสมาธิ (concentration)
นี่คือจุดเด่นของ Dutch Golden Age → ศักดิ์ศรีของแรงงานและชีวิตสามัญชน
เทคนิคพิเศษ: Focus ที่ไม่เท่ากัน
ใบหน้าและมือ → คมชัด
ด้ายและหมอนรอง → เบลอ
คล้าย Depth of Field ของกล้องถ่ายรูป
_________
ROOM 935 : French Paintings
37:22 ✅ Madeleine

ภาพเหมือนหญิงผิวสีที่เปลือยอกข้างหนึ่ง แสดง บุคลิกและอารมณ์ภายใน ของตัวแบบ เป็นตัวอย่าง Humanism ใน Portraiture ฝรั่งเศส
• Humanism และ Portraiture: ให้คุณค่าและความลึกทางอารมณ์ของคนธรรมดา
• ตัวแทนความหลากหลายทางสังคม: ผู้หญิงผิวสีปรากฏในงาน portrait ของฝรั่งเศสยุคนั้นค่อนข้างน้อย
• การเปลือยเรียบง่าย: แสดงร่างกายโดยไม่ใช้เป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา หรือเครื่องหมายความยั่วยวน
Portrait of Madeleine แสดงให้เห็นว่าศิลปินยุคนั้นเริ่มให้ ความสำคัญกับตัวบุคคลและความจริงของร่างกาย มากกว่าพิธีกรรมหรืออำนาจ

________________________
ติดตาม Lifestyle ของหมอดรีมกับช่องทาง DOCTOR DAYDREAMER ได้ที่..
YOUTUBE : https://www.youtube.com/doctordaydreamer
FACEBOOK : https://www.facebook.com/doctordaydreamer
INSTAGRAM : https://instagram.com/doctor.daydreamer
TIKTOK : https://www.tiktok.com/@doctordaydreamer
X : https://x.com/drdaydreamerzzz
LEMON8 : https://lemon8-app.com/@doctordaydreamer
WEBSITE : http://www.doctordaydreamer.com
SPOTIFY PODCAST : https://open.spotify.com/show/5hzIs8AE8JDT4DSBjComzG
กลุ่มช่วยกันชำแหละสูตรสกินแคร์ https://www.facebook.com/groups/173089624608800
___________________________________
ติดตาม คลินิกของหมอดรีม Dr. Dream Clinic ได้ที่..

LINE : @drdreamclinic http://lin.ee/JuEPv6h
FACEBOOK (Official fanpage): https://www.facebook.com/drdreamclinic
FACEBOOK (สาขากรุงเทพมหานคร): https://www.facebook.com/drdreamclinicbkk
INSTAGRAM : https://instagram.com/dr.dream.clinic
___________________________________
ขอบคุณที่รับชมและติดตามค่ะ
