กดแชร์ด้วยนะคะ^^

❌อย่าดึงหน้า❌ถ้าไม่มี 4 อย่างนี้ | DOCTOR DAYDREAMER #BEAUTY101 ep.149 #หมอดรีม

ถ้าคุณไม่มีสี่ข้อนี้อย่าดึงหน้าทำเด็ดขาด  ดึงหน้าแล้วมีดีแค่ได้ตัดผิวหนังที่ยานออก

สุดท้ายแล้วก็จะเจอปัญหาไขมันห้อย ที่ต้อง “แก้แล้ว แก้ต่อ แก้ตลอดไป” ด้วยการทำหน้าอย่างอื่น

❌ ดึงหน้าไม่ใช่ไม่มี #พังผืด

…แต่ดึงหน้านี่แหล่ะ คือ ⚠️ มหกรรมการสร้างพังผืดครั้งยิ่งใหญ่จาก Major wound healing events เลยหล่ะ💥

ตัด เลาะ เซาะ เปิด ดึง ย้าย เย็บ

😱โอ้วโหววววววว นี่มันมหกรรมการการเกิด #แผล ครั้งยิ่งใหญ่ชัดๆๆๆๆ ใหญ่กว่าหัตถการอื่นเลยหล่ะ 

***จำไว้ : เกิดแผล ⬆️ = สมานเยอะ ⬆️ = พังผืดเยอะ ⬆️

(แต่ดึงหน้าเป็น manageable fibrosis ไง “พังผืดพุ่งเป้า” อันนี้ข้อดีที่ไม่มีทางเถียงขึ้น👍🏻👍🏻👍🏻) 

ดังนั้น 📌เราต้อง “save ไว้ทำ” กรณี “ที่ต้องทำ” จริงๆ 

……………………………

facelift มีข้อดีไหม?****** 

ตอบ: มีสิ มีเพื่อคนกลุ่มนี้ 👵🏻

1. ✅skin redundancy = ผิวยานยืดได้มาก

2. ✅severe jowl = ร่องนำ้หมากย้อย

3. ✅lower face collapse = กรอบหน้าส่วนล่างเสียรูป

4. ✅platysmal band = คอเป็นริ้วเส้นๆ

อาการพวกนี้คือกลุ่มที่ facelift “ยังมีพลังจริง” มากกว่าหัตถการเบา ๆ

เพราะมันเป็นปัญหา💥ระดับ “excess tissue + structural descent” = เนื้อเยื่อส่วนเกิน + โครงสร้างพังร่วงตกลงมา (ไม่ใช่แค่ผิวย้วยอย่างเดียว)

………………………………

และนี่คือจุดที่หลายคนสับสนระหว่าง:

Tissue #quality problem

    vs

Tissue #quantity / #position problem

“ปัญหาเนื้อเยื่อที่เสื่อมจาก #คุณภาพ 

ไม่เหมือนกับ 

ปัญหาจาก #จำนวน หรือ #ตำแหน่ง ที่เปลี่ยนไปนะ“

📌 ดึงหน้าแก้ได้แค่อย่างหลังเท่านั้นค่ะ

(คุณมีให้หมดเค้าตัดแล้วโยกย้ายป่ะหล่ะ⁉️ 

…ถ้าคิดว่ามี แล้วมีเยอะแค่ไหนกัน⁉️) 

__________________________

❌ไม่มี4ข้อนี้ ไม่ต้องดึงหน้า❌ 

เพราะมันคือ ช่วงเวลาของการ #ร้อยไหม + ทำ #เครื่อง พยุงไว้นั่นเองค่ะ

1. Skin redundancy = “มีผิวเหลือจริง ๆ”

คำว่า skin redundancy (ผิวหนังมีปริมาณเหลือเกินกว่าที่โครงสร้างใบหน้าจะรองรับ) ไม่ได้หมายถึงแค่ “ผิวหย่อนนิดหน่อย”

แต่มันคือสถานการณ์ที่มี skin envelope (ผิวชั้นนอกที่คลุมใบหน้า)

มากเกินกว่าที่ facial framework (โครงสร้างใบหน้า) ในปัจจุบันจะรองรับได้

พูดง่าย ๆ คือ…

โครงสร้างข้างในเล็กลง แต่ “เสื้อ” ที่คลุมอยู่ยังเท่าเดิม

มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

เช่น

  • เคยมีใบหน้าอวบ → ไขมันใบหน้าลดลง → ผิวที่เคยขึงอยู่กลายเป็นผิวเหลือ
  • อายุเพิ่มขึ้น → elastin (โปรตีนที่ช่วยให้ผิวเด้งกลับ) เสื่อม → ผิวหดกลับได้ไม่ดีเหมือนเดิม
  • น้ำหนักลดลงจำนวนมาก (massive weight loss)
  • ผิวถูกยืดจาก volume ที่เพิ่มขึ้น เช่น filler จำนวนมากในอดีต
  • ผ่านการทำหัตถการหรือเกิด fibrosis (พังผืด) ซ้ำ ๆ จน tissue mechanics เปลี่ยน

สิ่งที่ตามมาอาจเห็นเป็น

  • skin folding (ผิวพับ)
  • loose drape (ผิวคล้อยเป็นผืน)
  • wrinkled hanging skin (ผิวเหี่ยวย่นและห้อย)
  • bunching บริเวณหน้าใบหู (ผิวมากองบริเวณข้างหู)

แล้วเครื่อง tighten ช่วยได้ไหม?

ช่วยได้ในระดับหนึ่งค่ะ เช่น RF HIFU

สามารถเพิ่มความกระชับ tension หรือกระตุ้นการ remodeling ของ collagen (การจัดเรียง/สร้างคอลลาเจนใหม่) ได้

แต่ต้องเข้าใจข้อจำกัดว่า…

เครื่องสามารถทำให้ “ผิวกระชับขึ้น” ได้

โดยหลักการ “ขยุ้มแล้วอยู่กับที่” (Tighten tissue where it already is)

แต่ไม่ได้ทำให้ผิวส่วนเกินหายไปเป็นชิ้น ๆ

นี่คือความแตกต่างที่สำคัญมาก

ถ้าปัญหาคือ skin excess (ผิวส่วนเกินในเชิงปริมาณ) มากจริง ๆ

การ excision (ตัดผิวส่วนเกินออก) จึงเป็นวิธีที่ตรงกับปัญหามากกว่า

เพราะสุดท้ายแล้ว…

ของที่มีอยู่เกินจริง ๆ ไม่สามารถถูกทำให้หายไปทั้งหมดด้วยการทำให้มันแน่นขึ้นเพียงอย่างเดียวค่ะ

2. Severe jowl = “แก้มล่างและขอบกรามตกหนัก”

Jowl คือก้อนหรือความป่องของ soft tissue (เนื้อเยื่ออ่อน) บริเวณขอบกรามด้านล่าง ซึ่งทำให้เส้น jawline ที่เคยคมเริ่มเบลอ

แต่ jowl ไม่ได้เกิดจาก “ไขมันเยอะ” อย่างเดียวนะคะ

มันเป็นผลจากหลายโครงสร้างที่เปลี่ยนพร้อมกัน เช่น

  • ligament laxity (เอ็นยึดใบหน้าหย่อน)
  • prejowl sulcus (ร่องเว้าหน้าก้อน jowl)
  • fat descent (ไขมันเคลื่อนตัวลงด้านล่าง)
  • SMAS laxity (ชั้นพยุงใบหน้าหย่อน)
  • mandibular bone resorption (กระดูกขากรรไกรบาง/ยุบลงตามวัย)

***ดังนั้น jowl จึงเป็นเหมือน “ปัญหาหลายระบบมาชนกัน”

ทำไม jowl ถึงแก้ยาก?

เพราะมันไม่ได้มีแค่คำว่า “ไขมันตก” แต่มีทั้ง

  • fat migration (ไขมันเคลื่อนตำแหน่ง)
  • compartment shift (ช่องไขมันต่าง ๆ เปลี่ยนตำแหน่งและความสัมพันธ์กัน)
  • ligament failure (ระบบเอ็นที่ช่วยยึดเนื้อเยื่อหย่อนลง)
  • lower-face vector collapse (ทิศทางการพยุงของใบหน้าส่วนล่างเปลี่ยนไป)

ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่ “ยิงเครื่องให้แน่น แล้ว jowl จะหาย”

และ การดึงหน้าก็แก้ Jowl ยากเช่นกัน

หลายคนคิดว่า “ถ้าดึงขึ้น ก็ต้องหายสิ” แต่ถ้าเรามี

  • bone support ลดลง
  • prejowl hollow ลึก
  • ligament อ่อนมาก
  • tissue หนัก
  • ผิวและเนื้อเยื่อหนา
  • น้ำหนักขึ้นลงมาก

การดึงหน้าขึ้นอย่างเดียวอาจให้ผลดีในช่วงแรก แต่ไม่ได้แก้ทุกองค์ประกอบของปัญหา

เพราะ เนื้อเยื่อยังมี weight (น้ำหนัก) และแรงโน้มถ่วงก็ยังทำงานเหมือนเดิม

แต่อย่างไร facelift ก็ยังจัดการ jowl ได้มากกว่า?

เพราะการผ่าตัดสามารถทำหลายอย่างร่วมกัน เช่น

  • release (คลายจุดยึด/พังผืดบางส่วน)
  • reposition SMAS (จัดตำแหน่งชั้นพยุงใบหน้าใหม่)
  • redefine mandibular border (สร้างขอบกรามใหม่ให้ชัดขึ้น)
  • remove redundant skin (ตัดผิวส่วนเกิน)

3. Platysmal band = “เส้นคอ” ที่เด้งขึ้นมาเวลาพูดหรือเกร็ง

ถ้าเวลาพูด ออกแรง หรือเกร็งคอแล้วเห็นเส้นนูน ๆ วิ่งตามแนวคอ

นั่นอาจเป็น platysmal band (ขอบ/แถบของกล้ามเนื้อ platysma ที่เห็นเด่นขึ้น)

Platysma คือกล้ามเนื้อแผ่นบาง ๆ ที่คลุมบริเวณคอและต่อเนื่องขึ้นมาถึง lower face

เมื่ออายุมากขึ้นอาจเกิด

  • platysma separation (กล้ามเนื้อแยกออกจากกันตรงกลาง)
  • medial edge prominence (ขอบด้านในของกล้ามเนื้อเด่นขึ้น)
  • neck skin laxity (ผิวคอหย่อน)
  • deep neck aging (โครงสร้างชั้นลึกของคอเปลี่ยนตามวัย)

Platysmal band เป็นปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ “กล้ามเนื้อ”

ไม่ใช่แค่ปัญหาผิว ดังนั้นถ้ากล้ามเนื้อแยกหรือขอบกล้ามเนื้อเด่นชัดจริง ๆ

การใช้ HIFU RF Biostimulator (สาร/วิธีที่กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน)

อาจช่วยเรื่องคุณภาพผิวหรือความหย่อนบางส่วนได้

แต่ไม่ได้เท่ากับการแก้ตำแหน่งของกล้ามเนื้อโดยตรง

Facelift / Necklift ทำอะไร?

  • platysmaplasty (การจัด/เย็บกล้ามเนื้อ platysma ใหม่)
  • medial plication (การเย็บพับหรือดึงขอบกล้ามเนื้อเข้าหากันตรงกลาง)
  • lateral suspension (การยึดพยุงกล้ามเนื้อไปทางด้านข้าง)

จึงสามารถจัดการกับ “โครงสร้าง” ที่เป็นต้นเหตุได้มากกว่า

แต่ก็มีเรื่องที่ต้องระวัง เพราะคอไม่ใช่โครงสร้างที่อยู่นิ่ง ๆ

เราต้องใช้คอในการ พูด กลืน หันหน้า แสดงสีหน้า

ดังนั้น การทำให้คอตึง ไม่ได้แปลว่ายิ่งดีเสมอไป

ถ้าตึงมากเกินไป อาจเกิด neck stiffness (คอรู้สึกตึง/แข็ง)

หรือ unnatural animation (การเคลื่อนไหวเวลาพูดหรือแสดงสีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ) ได้

4. Lower face collapse = “โครงสร้างใบหน้าส่วนล่างทรุดตัว”

“หน้าส่วนล่างตกและหนักขึ้น”

  • face melting (ภาพรวมของใบหน้าที่ดูเหมือนโครงสร้างกำลังไหล/ตกลง)
  • bottom-heavy face (ใบหน้าที่น้ำหนักไปกองอยู่ด้านล่าง)
  • lower-face sinking (โครงสร้างใบหน้าส่วนล่างดูทรุดลง)

แต่เบื้องหลังไม่ได้มีแค่ผิวหย่อน มันมักเป็น combination problem (ปัญหาหลายโครงสร้างเกิดพร้อมกัน) เช่น

  • bone resorption = กระดูกบาง/ยุบลงตามวัย
  • ligament laxity = เอ็นยึดใบหน้าหย่อน
  • fat descent = ไขมันเคลื่อนลงด้านล่าง
  • skin elongation = ผิวถูกยืดและยาวลง
  • muscle imbalance = สมดุลแรงของกล้ามเนื้อเปลี่ยนไป

หน้าจึงเริ่มเปลี่ยนรูป จากเดิมที่อาจมีลักษณะ V-shape

ค่อย ๆ กลายเป็น square / heavy lower face

หรือใบหน้าที่ดูหนักบริเวณด้านล่าง

  • jawline ไม่คมเหมือนเดิม
  • lower cheek (แก้มส่วนล่าง) ดูถ่วงลง
  • marionette line (ร่องจากมุมปากลงมาทางคาง) ชัดขึ้น
  • corner of mouth (มุมปาก) ดูตก
  • jowl เด่นขึ้น
  • lower face ดูกว้างและหนักขึ้น

นี่จึงเป็นเหตุผลว่า…

บางคนไม่ได้มี “ผิวหย่อน” อย่างเดียว แต่มีการเปลี่ยนแปลงของทั้งโครงสร้างที่อยู่ใต้ผิว

และเมื่อปัญหาเริ่มมาจากหลายชั้นพร้อมกัน การพยายามแก้ด้วยการ “ทำให้ผิวตึง” เพียงอย่างเดียวก็อาจไม่สามารถเปลี่ยนภาพรวมได้ทั้งหมด

สรุป แล้วเมื่อไหร่ถึงเริ่มคิดเรื่อง Facelift?

🟢 ถ้าปัญหาหลักคือ “คุณภาพผิว”

เช่น texture, fine lines หรือความหย่อนระดับเล็กน้อย

→ เครื่องและ skin treatment อาจมีบทบาท

🟡 ถ้าปัญหาหลักคือ “เริ่มหย่อน + ต้องการพยุง”

→ thread หรือ energy-based treatment อาจเข้ามามีบทบาทในคนไข้ที่เหมาะสม

🔴 แต่ถ้ามี 4 อย่างนี้ชัดเจน

1. Skin redundancy — ผิวเหลือจริง

2. Severe jowl — jowl ตกหนัก

3. Platysmal band — ปัญหากล้ามเนื้อคอเด่น

4. Lower-face collapse — โครงสร้างใบหน้าส่วนล่างทรุดตัวหลายชั้น

เพราะมันไม่ใช่แค่

“ทำอย่างไรให้ผิวตึงขึ้น?”

แต่กลายเป็น

“ทำอย่างไรให้โครงสร้างที่เปลี่ยนไปแล้วกลับมาอยู่ในตำแหน่งและสัดส่วนที่เหมาะสม?”

และนี่คือจุดที่ facelift / necklift เริ่มมีเหตุผลทางโครงสร้างมากขึ้นค่ะ

ติดตาม Lifestyle ของหมอดรีมกับช่องทาง DOCTOR DAYDREAMER ได้ที่..

YOUTUBE : https://www.youtube.com/doctordaydreamer

FACEBOOK : https://www.facebook.com/doctordaydreamer

INSTAGRAM : https://instagram.com/doctor.daydreamer

TIKTOK : https://www.tiktok.com/@doctordaydreamer

X : https://x.com/drdaydreamerzzz

LEMON8 : https://lemon8-app.com/@doctordaydreamer

WEBSITE : http://www.doctordaydreamer.com

SPOTIFY PODCAST : https://open.spotify.com/show/5hzIs8AE8JDT4DSBjComzG

กลุ่มช่วยกันชำแหละสูตรสกินแคร์ https://www.facebook.com/groups/173089624608800

___________________________________

ติดตาม คลินิกของหมอดรีม Dr. Dream Clinic ได้ที่..

LINE : @drdreamclinic http://lin.ee/JuEPv6h

FACEBOOK (Official fanpage): https://www.facebook.com/drdreamclinic

FACEBOOK (สาขากรุงเทพมหานคร): https://www.facebook.com/drdreamclinicbkk

INSTAGRAM : https://instagram.com/dr.dream.clinic

ขอบคุณค่ะ

Explore More

ฉีดสลายไขมันแล้วหน้าแก่ ก้อนไหนไม่ควรฉีด | #BEAUTY101 ep.150 #หมอดรีม

กดแชร์ด้วยนะคะ^^ฉีดสลายไขมันแล้วหน้าแก่ ก้อนไหนไม่ควรฉี […]

❌ไม่ทำซะยังดีกว่า⁉️5 ท่าบริหารหน้า🏋🏻‍♀️ที่อาจได้ริ้วรอยเพิ่ม| #BEAUTY101 ep.112 ❤️ #หมอดรีม

กดแชร์ด้วยนะคะ^^❌ไม่ทำซะยังดีกว่า⁉️5 ท่าบริหารหน้า🏋🏻‍♀️ […]

#เครื่องยกกระชับ ไหน? แทน #ดึงหน้า ได้ | #BEAUTY101 ep.138 #หมอดรีม

กดแชร์ด้วยนะคะ^^#เครื่องยกกระชับ ไหน? แทน #ดึงหน้า ได้ […]